วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2569 03:59 น.

อาชญากรรม

ภ.7 ระดมกวาดล้าง 104 สถานี! ผบช.ภ.7 แถลงผลงานจับยา-คดีอุกฉกรรจ์อื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 20.53 น.

นครปฐม - ผบช.ภ.7 แถลงผลระดมกวาดล้างอาชญากรรมเชิงรุกพร้อมกัน 104 สถานีใน 8 จังหวัด เน้นบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและเป็นธรรม พร้อมโชว์ผลงานจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่และคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญในพื้นที่รอบสัปดาห์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องทวารวดี 1 โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม พลตำรวจโท ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานสำคัญของตำรวจภูธรภาค 7 ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ มุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

 

พลตำรวจโท ศิร์ธัชเขต เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 7 ได้ขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ซึ่งอาจเอื้อต่อการกระทำผิด ระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ที่รับผิดชอบแต่ละงาน นำผลการปฏิบัติมาแถลงต่อสื่อมวลชนในวันนี้

ผลการปราบปรามยาเสพติด

พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 รายงานผลการกวาดล้างยาเสพติดในห้วงวันที่ 1-14 ตุลาคม 2569 ว่า สามารถจับกุมทุกข้อหา 814 คดี ผู้ต้องหา 833 ราย ขยายผลคดีสมคบ 9 คดี ดำเนินคดีฟอกเงิน 2 คดี จับกุมตามหมายจับ 5 หมาย ยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 28,126,521 บาท พร้อมของกลางยาบ้า 124,796 เม็ด, ไอซ์ 688 กรัม, เฮโรอีน 40 กรัม และเคตามีน 1,044 กรัม

โดยมีคดีรายสำคัญ ได้แก่:

  1. 4 ตุลาคม 2569 - สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี สนธิกำลังร่วมกับ บช.ปส. สกัดจับรถตู้ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 18 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 600 กิโลกรัม

  2. 9 ตุลาคม 2569 - สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ร่วมกับชุดสืบสวนนครบาล ปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีเข้าไร่อ้อย ยึดยาบ้าประมาณ 86,000 เม็ด

  3. 11 ตุลาคม 2569 - สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตั้งจุดตรวจสกัดจับผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางเคตามีนประมาณ 1 กิโลกรัม

ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 104 สถานี

ด้าน พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช รอง ผบช.ภ.7 ระบุว่า ทางกองบัญชาการได้นำข้อมูลการเกิดอาชญากรรมมาวิเคราะห์จุดเสี่ยง และเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ได้จัดตั้งจุดตรวจสัมพันธ์เชื่อมโยงในลักษณะ “เครือข่ายใยแมงมุม” พร้อมกันทุกสถานีเพื่อสกัดกั้นอาชญากรรม โดยมี พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานปล่อยแถว

 

 

ต่อมาในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00-08.00 น. ได้ระดมกำลังเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายอาวุธปืนและยาเสพติดพร้อมกันทั้ง 104 สถานี รวม 141 เป้าหมาย ผลการปฏิบัติในเวลา 2 วัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 167 ราย พร้อมยึดอาวุธปืน 24 กระบอก (ไม่มีทะเบียน 21 กระบอก) เครื่องกระสุนปืน 94 นัด ยาบ้ากว่า 14,000 เม็ด และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง

ผลการสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์และคดีสำคัญ

พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยวนิชกูล รอง ผบช.ภ.7 แถลงผลงานด้านการสืบสวนคดีสำคัญในเดือนตุลาคม 2569 จำนวน 3 คดีหลัก:

  1. คดียิงรถอดีตกำนัน จ.เพชรบุรี - เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนขนาด .45 ประกบยิงรถยนต์อดีตกำนันตำบลหนองจอก อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ได้รับความเสียหาย ชุดสืบสวนแกะรอยจนออกหมายจับและจับกุม นายอนุสรณ์ (มือยิง) และ น.ส.กัญญาภัทร ได้ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมอาวุธปืนของกลาง ก่อนขยายผลรวบพี่ชายและหลานสาวผู้ก่อเหตุฐานช่วยซ่อนเร้นและดัดแปลงสภาพรถ รวมจับกุม 4 ราย

  2. คดียิงหนุ่มซ่อมรถ จ.สุพรรณบุรี - เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ชายอายุ 21 ปี ถูกหญิงสาวลวงมาช่วยซ่อมรถก่อนถูกกลุ่มวัยรุ่นซุ่มยิงบาดเจ็บสาหัสที่ อ.เดิมบางนางบวช ตำรวจแกะรอยข้ามจังหวัดตามรวบผู้ต้องหาครบ 3 ราย (นายดนุเดช มือยิง, นายสิรวิชญ์ ผู้ขับขี่, และ น.ส.สุพรรษา ผู้ล่อลวง) ได้ภายในเวลาเพียง 21 ชั่วโมง 10 นาที ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี

  3. ทลายขบวนการลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้า จ.สมุทรสาคร - สภ.บางโทรัด ร่วมกับ บก.สส.ภ.1 สกัดจับรถบรรทุกบนถนนพระราม 2 ขยายผลยึดบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งล็อตใหญ่ 9,600 ชิ้น มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท ลำเลียงจากภาคใต้ส่งลูกค้าสมุทรปราการ

นอกจากนี้ ยังมีการเผยผลงานสำคัญในเดือนกันยายน 2569 ได้แก่ การทลายขบวนการฉ้อโกงขายฝากที่ดินด้วยเอกสารปลอม มูลค่าความเสียหายรวม 25.8 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 9 ราย และคดีฆาตกรรมยกครัว 3 ศพ ที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งสามารถคลี่คลายคดีและจับกุมมือปืนได้ภายใน 24 ชั่วโมง

ผบช.ภ.7 กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ตำรวจภูธรภาค 7 จะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส และขอให้ความร่วมมือแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมภายใต้วิสัยทัศน์ “ตำรวจภูธรภาค 7 บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”

หน้าแรก » อาชญากรรม