วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569 03:13 น.

ภูมิภาค

ภ.3 จัดแถวสีกากี สั่งตั้งด่านห้ามสวมไอ้โม่ง-เน้นเตือนก่อนจับ

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ห้องรับรองสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) ให้การต้อนรับ นายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะและกลุ่มสื่อมวลชนมูลนิธินักข่าวนครราชสีมา ที่เข้าพบเพื่อมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมร่วมพูดคุยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือประชาชน

พล.ต.ท.อาทิชา เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ว่า ตนได้ประชุมมอบนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ และผู้บังคับการตำรวจภูธรทั้ง 8 จังหวัด (นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ยโสธร และอำนาจเจริญ) รวมถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจทุกแห่ง ให้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจจุดสกัดและการบังคับใช้กฎหมายจราจร ซึ่งเน้นเป้าหมายหลักคือ "การลดอุบัติเหตุและสร้างวินัยจราจร" มากกว่าการมุ่งทำยอดจับกุม

"การตั้งด่านจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามสวมหมวกโม่งคลุมหน้าเด็ดขาด เพื่อความโปร่งใสและแสดงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้หากสภาพอากาศร้อนจัด หรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ให้พิจารณาพักหรือยุติการตั้งจุดตรวจชั่วคราว เพื่อสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ ส่วนผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร ให้เริ่มจากการว่ากล่าวตักเตือน หากพบกระทำผิดซ้ำหรือผิดร้ายแรงจึงค่อยยกระดับเป็นการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย" พล.ต.ท.อาทิชา กล่าวย้ำ

สำหรับการปราบปรามยาเสพติด ผบช.ภ.3 สั่งการให้ขยายผลกวาดล้าง "ผู้ค้ารายย่อย" ที่แฝงตัวอยู่ในชุมชนและหมู่บ้านอย่างเด็ดขาด นอกเหนือจากการจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความเดือดร้อนโดยตรงต่อชาวบ้าน ควบคู่ไปกับการปราบปรามอาชญากรรม อาวุธปืน และอบายมุขผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

พล.ต.ท.อาทิชา ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับการให้บริการบนสถานีตำรวจ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายบริการประชาชนด้วยความสุภาพ เป็นมิตร และต้องทำงานเชิงรุกด้วยการลงพื้นที่พบปะชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ส่วนการจัดระเบียบสถานบันเทิงยามค่ำคืน ต้องคุมเข้มตามเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมตั้งจุดสกัดกั้นเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงและลดความเสี่ยงจากการเมาแล้วขับ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับประชาชนในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัด

หน้าแรก » ภูมิภาค