วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569 02:15 น.

อาชญากรรม

รวบ "นิก" บัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกนักศึกษา ม.ดัง สูญเงิน-ทอง 1.2 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.49 น.

รวบ "นิก" บัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตระเวนกดเงินกบดานลพบุรี หลังหลอกนักศึกษา ม.ดัง สูญเงิน-ทองรวม 1.2 ล้านบาท อายัดคืนได้ 7 หมื่น

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 พล.ต.ต.เอนก ศรีกิจรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งการให้ พ.ต.อ.อนันต์ ทองบันเทิง ผู้กำกับการ สภ.สตึก, พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.สตึก และชุดสืบสวน เร่งติดตามคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงนักศึกษาหนุ่มอายุ 22 ปี สูญเงินสดและทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท

 

 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้ปกครองของ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีภูมิลำเนาในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งขอความช่วยเหลือกับตำรวจ สภ.สตึก หลังลูกชายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นตำรวจไซเบอร์ ส่งเอกสารผ่านแอปพลิเคชันไลน์ กล่าวหาว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย และขู่ให้โอนเงินเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ในระยะแรกผู้เสียหายยังไม่หลงเชื่อ แต่คนร้ายได้สร้างสถานการณ์ด้วยการอ้างว่าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหายถูกอายัด พร้อมหลอกให้ทดลองเข้าใช้งาน ซึ่งพบว่าไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายกำหนด โดยได้รับการอ้างว่าจะคืนเงินให้หลังตรวจสอบเสร็จสิ้น จนกระทั่งโอนเงินเกลี้ยงบัญชี

 

 

ต่อมา ขณะที่ผู้ปกครองเดินทางไปเยี่ยมผู้เสียหายที่กรุงเทพฯ คนร้ายได้ติดต่อผ่านระบบวิดีโอคอลเพื่อสังเกตสภาพแวดล้อม และเมื่อเห็นว่าผู้ปกครองมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกาหรูและสร้อยคอทองคำ จึงออกอุบายหลอกลวงให้ผู้เสียหายแอบนำทรัพย์สินดังกล่าวนำไปส่งมอบให้คนร้าย รวมมูลค่าความเสียหายทั้งเงินสดและทรัพย์สินประมาณ 1.2 ล้านบาท โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ฉลองกรุง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569

จากการสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน ตำรวจทราบว่าผู้ก่อเหตุหน้าที่ตระเวนกดเงินสดคือ นายอัครพล หรือ "นิก" (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์ตระเวนกดเงินตามจุดต่าง ๆ และเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง

 

 

กระทั่งวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ชุดสืบสวน สภ.สตึก สืบทราบว่าผู้ต้องหากบดานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงประสาน พ.ต.อ.พีรพัลส์ ชูช่วย ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี นำกำลังเข้าจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และบัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่นอีก 5 ใบ

เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำหน้าที่ตระเวนกดเงินสดให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์จริง แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดว่านำเงินและทรัพย์สินไปซุกซ่อนไว้ที่ใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามหมายจับของศาล ทั้งนี้ ตำรวจสามารถอายัดเงินในบัญชีที่ผู้เสียหายโอนไปคืนมาได้แล้วจำนวน 70,000 บาท และอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนติดตามทรัพย์สินส่วนที่เหลือกลับคืนมา

 

หน้าแรก » อาชญากรรม