วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569 00:59 น.

อาชญากรรม

ทลายรังบุหรี่เถื่อนโคราช 6 จุด รวบ 10 ราย ตะลึงซุกบ้านพักทหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

ฝ่ายปกครองโคราชผนึกกำลังชุดสืบสวนกรมการปกครอง บุกทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า 6 จุด รวบ 10 ผู้ต้องหา คาบ้านพักทหาร ยึดของกลางอื้อ

ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ร่วมกับรองอธิบดีกรมการปกครอง แถลงผลปฏิบัติการชุดปฏิบัติการพิเศษ บุกค้นเป้าหมาย 6 จุดในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ปักธงชัย ทลายรังบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ไฟฟ้า หลังผู้ประกอบการสุจริตร้องเรียนเดือดร้อน จับผู้ต้องหาได้ 10 ราย ตะลึง 1 ในจุดเก็บของกลางเป็นบ้านพักพลทหารอาสา ยึดบุหรี่เถื่อนกว่า 1.2 แสนมวน พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าและเงินสด แจ้ง 4 ข้อหาหนักทั้ง พ.ร.บ.สรรพสามิต และ พ.ร.บ.ศุลกากร

 

 

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง สรรพสามิตพื้นที่ ทหาร อาสาสมัครดินแดน (อส.) และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี บุหรี่ปลอม และบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสจากผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการทะลักเข้ามาของบุหรี่ผิดกฎหมาย ฝ่ายปกครองจึงประสานชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ส่งสายลับลงพื้นที่สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานจนพบพฤติกรรมกระจายสินค้าผิดกฎหมายไปยังร้านค้าปลีกรายย่อยและจุดพักสินค้า

 

 

ต่อมา จังหวัดนครราชสีมาได้บูรณาการกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกันจำนวน 6 จุด แบ่งเป็นร้านจำหน่ายบุหรี่ 4 จุด และสถานที่เก็บสินค้า 2 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา และ อ.ปักธงชัย โดย 1 ในสถานที่เก็บสินค้าเป็นบ้านพักของพลทหารอาสา สังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา

ผลการตรวจค้นทั้ง 6 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 10 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย บุหรี่หนีภาษี 4,500 ซอง (รวม 124,340 มวน), บุหรี่ไฟฟ้ากว่า 100 ชิ้น และเงินสดของกลางรวมกว่า 80,000 บาท

 

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมดใน 4 ความผิด ได้แก่

  1. มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม มาตรา 203 (1) พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (โทษปรับ 2 ถึง 10 เท่าของค่าภาษี)

  2. ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม มาตรา 204 (1) พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับ 5 ถึง 15 เท่าของค่าภาษี)

  3. นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม มาตรา 242 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 (โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคารวมอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ)

  4. ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม