วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 16:53 น.

การตลาด

เร่งสร้างครูโค้ดดิ้ง เพิ่มบุคลากรไอที ป้อนตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563, 18.59 น.

สร้างครูโค้ดดิ้งเพิ่มบุคลากรไอที
ป้อนตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

เทรนด์โลกในปัจจุบันที่ต้องจับตามองที่จะส่งผลต่อตลาดแรงงานในอนาคตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มาจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้ Big data และ Cloud ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยจากรายงานของ World Economic Forum (WEF) คาดว่าภายในปี 2565 สัดส่วนการทำงานร่วมกันของมนุษย์และเครื่องจักรหรือระบบอัลกอริทึม จะอยู่ที่มนุษย์ 58% เครื่องจักร 42% ซึ่งชี้ให้เห็นว่า โลกการทำงานต้องการคนทำงานที่มีทักษะชุดใหม่โดยเฉพาะทักษะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรมและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยทักษะด้านการโค้ดดิ้งจัดเป็น 1 ใน 10 ที่ต้องการสูงสุดระดับประเทศและระดับโลก

ทั้งนี้ทักษะด้านไอทีและดิจิทัลมีส่วนสำคัญต่อการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับระบบการทำงานเพื่อการยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ ความต้องการบุคลากรด้านไอทีจึงมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นอาชีพที่ขาดแคลนในตลาดแรงงานอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกาพบการจ้างงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสายงานไอทีมีแนวโน้มโตขึ้น 13% จากปี 2559 - 2569 เพิ่มขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยของทุกอาชีพ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ cloud computing, big data, and information security คาดในปี 2566 ทั่วโลกจะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรไอทีกว่า 2 ล้านตำแหน่ง อีกทั้งการทรานฟอร์มองค์กรเป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือทักษะของบุคคลในองค์กรที่จำเป็นต้องถูกพัฒนาให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยจากรายงานของ World Economic Forum: The Future of Jobs Report 2018 นั้นเปิดเผยในภาพรวมว่า ประมาณ 49% ของการฝึกงานของนิสิตนักศึกษา เกิดขึ้นภายในองค์กร และเป็นโอกาสที่ดีที่นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากการทำงานจริง และจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้น ๆ เพื่อเพิ่มทักษะก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

แนวโน้มดังกล่าว ชี้ชัดให้เห็นถึงความสำคัญของทักษะการทำงานในอนาคตของตลาดแรงงาน ที่มีความต้องการจากตลาดสูงสุด กลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้ให้บริการด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร แก่องค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ผู้ก่อตั้งโครงการ CDG Code Their Dreams ร่วมมือกับ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ จัดทำโครงการ “CDG Code Their Dreams: Public Training” หลักสูตรการสอนทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการประยุกต์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ โดยจะถ่ายทอดการเรียนการสอนด้านโค้ดดิ้ง และทักษะด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นๆ ให้กับนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคคลทั่วไป เน้นการพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาคอมพิวเตอร์และเตรียมความพร้อมเชิงดิจิทัล เพื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอน และปูความพร้อมแก่นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริงรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต

นายฐิติพงศ์ ธรรมวิสุทธิ์ นักศึกษาปริญญาโท หนึ่งในวิทยากรโครงการ CDG Code Their Dreams: Public Training เปิดมุมมองในฐานะผู้ถ่ายทอดการเรียนการสอนโค้ดดิ้งว่า ต้องยอมรับว่าคนในยุคนี้เกิดมาในยุคของการปฎิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญของการใช้ชีวิต การพัฒนาศักยภาพและความรู้ รวมถึงกระบวนการคิด ให้สามารถออกแบบการทำงานและควบคุมการทำงานด้วยเทคโนโลยี หรือจำกัดความให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “คนยุคใหม่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพการทำงาน” ยิ่งเครื่องจักรพัฒนาเร็วเท่าไหร่ เรายิ่งต้องปรับตัวให้เร็วขึ้นเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับตัวคือ การปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่อระบบอัตโนมัติ จากที่เคยมองว่าเครื่องจักรเป็นภัยคุกคามและจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ เป็นการมองว่า ระบบอัตโนมัติเป็นเครื่องมือ หรือสิ่งที่เข้ามาช่วยสนับสนุนต่อยอดงานเรา รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษย์ โดยการเรียนโค้ดดิ้งในโครงการ CDG Code Their Dreams: Public Training ในครั้งนี้ คือได้หลักการคิดอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ จากการทำ workshop ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจการป้อนคำสั่งด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ การเขียนโค้ดที่ถูกต้อง และการสร้างผลงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เช่น Scratch หรือ Thunkable  ถือเป็นตัวฝึกฝนที่ดีสำหรับผู้เรียนหลักสูตรนี้

ด้านนายจักรภัทธ จอมพันธ์ นักศึกษาปริญญาโท ผู้เข้าร่วมเป็นครูฝึกสอนของโครงการฯ อีกรายหนึ่ง ร่วมแบ่งปันสิ่งที่ได้รับในมุมมองของผู้ถ่ายทอดว่า จากการได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้ฝึกสอนของโครงการฯ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และเทคนิคการสอนเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น รวมทั้งได้วิธีการถ่ายทอดความรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในรูปแบบที่ใหม่และแตกต่างกันในทุกครั้ง ซึ่งเกิดเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างคนให้มีความรู้ในด้านโค้ดดิ้ง รวมทั้งได้ต่อยอดความรู้ด้านโค้ดดิ้ง สิ่งที่เห็นได้ชัดจากผู้เรียนคือ ทักษะการคิดอย่างเป็นตรรกะ คิดอย่างมีลำดับขั้นตอน ซึ่งสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันและในการทำงาน ซึ่งผู้เรียนเกือบ 100% สนใจที่จะเรียนเพิ่มเติมในคอร์สอื่น ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านโค้ดดิ้งให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของผู้ถ่ายทอด และของโครงการฯ ที่มีความตั้งใจที่จะผลิตเยาวชนไทยให้ก้าวทันต่อตลาดแรงงานโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤช  สินธนะกุล หัวหน้าภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม กล่าวว่า วัตถุประสงค์โครงการมุ่งเน้นปูพื้นฐานด้านโคดดิ้ง หรือการเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ โดยจะถ่ายทอดการเรียนการสอนด้านโค้ดดิ้ง ให้กับนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคคลทั่วไป โดยมีเป้าหมายให้ผู้ที่รับความรู้ สามารถนำไปถ่ายทอดต่อในการเรียนสอน รวมทั้งปูความพร้อมแก่นักศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการทำงานได้จริง อาทิ โปรแกรม Scratch, หุ่นยนต์ถอดประกอบ mBot, โปรแกรม Thunkable สำหรับสร้าง application, สติ๊กเกอร์ Line ในปีที่ผ่านมา และในปีนี้จะมีภาษาคอมพิวเตอร์ Python, วิธีการทำ Motion Graphic, วิธีการประดิษฐ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงาน IoT Smart Building เพิ่มเติมจากของปีที่แล้ว ทั้งหมดในปี 2563 นี้ ตั้งเป้ารวม 30 คอร์ส โดยจุดเด่นของหลักสูตรคือรูปแบบการเรียนการสอน ที่เข้าใจง่าย เป็นขั้นเป็นตอน มีกิจกรรมที่สามารถสร้างความเข้าใจ ทำตาม และเห็นผลจริง ประยุกต์ใช้ได้ สามารถถ่ายทอดต่อได้ ทำให้ในปีที่ผ่านมา โครงการได้สร้างครู อาจารย์ รวมถึงบุคลากรด้านโค้ดดิ้งเพิ่มมากกว่า 200 คน และคาดว่าในปีนี้จะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอีกกว่า 1,000 คน

หัวใจสำคัญของการพัฒนาบุคลากรในยุคนี้คือ การรู้เท่าทันเทคโนโลยี และต้องลงมือทำเองเป็น โดยการมีสมรรถนะในวิชาชีพนั้น ๆ ให้ครบทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ และเจตคติในอาชีพนั้น ๆ โดยการเรียนด้านโค้ดดิ้งจะเข้าไปช่วยจุดประกายให้เกิดกระบวนการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล พัฒนาต่อยอดสิ่งต่างๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ เนื่องจากแต่ละขั้นตอนในการเขียนโค้ด ผู้เรียนจะได้เรียนรู้กระบวนการวางแผน ฝึกกระบวนการคิดและลงมือทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และมีประสิทธิภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤชกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อตลาดแรงงานทั้งในวันนี้และอนาคต มนุษย์ ยังคงเป็นกุญแจสำคัญของการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ การยอมรับและตื่นตัว รวมถึงไม่นิ่งดูดายที่จะลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง และร่วมมือกันพัฒนาเยาวชนไทยที่จะเป็นแรงงานในอนาคตให้เหนือกว่าเทคโนโลยี จะเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้เด็กไทย สามารถอยู่รอดได้ในยุคสมรภูมิดิจิทัล การผนึกกันระหว่างแรงงานมนุษย์ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อการอยู่รอดและความสำเร็จในโลกแห่งดิจิทัล นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ซีดีจี ผู้ก่อตั้งโครงการ CDG Code Their Dreams กล่าว