วันเสาร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563 01:29 น.

การตลาด

นีโอ ประกาศศักยภาพงาน “สถาปนิก’63” คาดเงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 08.48 น.

นีโอ ประกาศศักยภาพงาน “สถาปนิก’63”
 คาดเงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท

 
นีโอ งัดกลยุทธ์ ดัน “สถาปนิก’63” สู่งานเเสดงสินค้าสถาปัตยกรรม วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน พร้อมเดินสายพบปะพันธมิตรและผู้ประกอบการรายใหญ่ และจัดงานแถลงข่าวในประเทศเพื่อนบ้าน หวังต่อยอดแคมเปญ Buyer Program และ Business Matching คาดตลอด 6 วัน จะมีผู้เข้าร่วมงาน 450,000 คน สร้างเงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท
 
 
นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) เปิดเผยว่า  ปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งความท้าทายของนีโอเลยก็ว่าได้ เพราะเรามีภาระกิจในการจัดงานใหญ่หลายงาน และหนึ่งในนั้น คืองานยักษ์ใหญ่ในวงการสถาปนิกไทย “สถาปนิก’63 มองเก่า ให้ใหม่: Refocus Heritage” ซึ่งเราได้รับความไว้วางใจจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้บริหารการจัดงานสถาปนิกเป็นปีที่ 2 และในปีนี้ถือว่าเป็นปีที่พิเศษ เพราะเราพยายามผลักดันให้เป็นงานแสดงวัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
 
ด้วยศักยภาพและประสบการณ์จากการจัดงาน ทั้งในฐานะผู้จัดงานเอง รวมถึงงานที่ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ และในฐานะผู้บริหารจัดการ ทำให้เรามีเครือข่ายพันธมิตรผู้จัดงานในกลุ่มวัสดุก่อสร้างจากหลากหลายประเทศทั่วโลก และสามารถที่จะนำผู้ประกอบการในแต่ละประเทศทั้งรายเก่าและรายใหม่ เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าบนพื้นที่กว่า 75,000 ตารางเมตร และมีพาวิลเลียนจากต่างชาติเข้าร่วมเเสดงในงาน อาทิ ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายภายในงานกว่า 10,000 ล้านบาท
 
ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียน เราทุ่มเทอย่างหนักในการเดินทางพบปะพันธมิตรและผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการก่อสร้างทั่วอาเซียน และยังเดินสายจัดงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์การจัดงาน ในประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ เช่น เมียนมา และกัมพูชา เพื่อดึงกลุ่ม Buyer หน้าใหม่ๆ จากทั่วเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในแคมเปญ Buyer Program ที่เราตั้งใจปั้นขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบกับกลุ่มผู้ซื้อซึ่งเป็น Key Player หลักจากหลากหลายประเทศ รวมถึงแคมเปญ การเข้าร่วมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจผ่านระบบ Business Matching ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มโอกาสและต่อยอดธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับผู้ผลิตสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจก่อสร้างในระดับเอเชีย ซึ่งคาดว่าภายในงานจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจมากกว่า 500 นัดหมาย”
 
 
ด้าน ดร.วสุ  โปษยะนันทน์ ประธานการจัดงานสถาปนิก’63 กล่าวว่า “ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยมีสภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ หันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงอาคารเก่าที่มีอยู่เดิมมากขึ้น เพื่อปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นให้เกิดการใช้งานใหม่ๆ แต่เนื่องจากการปรับปรุงอาคารเก่าต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในหลายๆ ด้าน ทั้งตัวสถาปนิก มัณฑนากร และผู้รับเหมา ที่สำคัญคือ วัสดุก่อสร้างที่ใช้สำหรับงานอนุรักษ์ ซึ่งในงานสถาปนิก’63 ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “มองเก่า ให้ใหม่: Refocus Heritage” จะรวมทุกความต้องการมาไว้ในที่ที่เดียว”
 
นายศักดิ์ชัย เสริมว่า  ด้วยกระแสที่ผู้บริโภคหันมาปรับปรุง ซ่อมแซมและบูรณะอาคารเก่ามากขึ้น ทำให้กลุ่มธุรกิจด้านวัสดุก่อสร้างยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เราจึงตั้งใจที่จะดันให้งานสถาปนิกในปีนี้ เป็นงานที่รวมวัสดุก่อสร้างสำหรับการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารไว้อย่างครบวงจร และครอบคลุมทุกโปรไฟล์ อาทิ Sanitary Ware, Kitchen, Tile, Stone, Pipe, Pump, Waterworks, Pool & Spa, Finishes, Furniture, Paint, Wood, Laminate, Glass, Curtain & Decoration, Door, Windows, Roof, Metal & Services, Safety & Security, Lighting, Electronic Appliances และ International Building Materials and Decorations จากผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 850 ราย ได้เข้ามาจับจองพื้นที่แล้วกว่า 90% หากเทียบกับระยะเวลาและสภาพเศรษฐกิจ ถือว่ารวดเร็วและเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
 
ดร.วสุ เปิดเผยต่ออีกว่า การจัดงานในครั้งนี้นอกจากการจัดแสดงสินค้าแล้ว ภายในงานยังจะได้เต็มอิ่มไปกับองค์ความรู้ อาทิ การเปิดเวทีเสวนาโดยนักธุรกิจ นักลงทุน เพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์การสร้างธุรกิจจากแนวคิด “มองเก่า ให้ใหม่” รวมถึงการให้บริการคำปรึกษาปัญหาการออกแบบและก่อสร้างโดยสถาปนิก วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์อาคาร ในกิจกรรม “หมอบ้านอาษา” และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญคือ นิทรรศการ ซึ่งภายในงานมีนิทรรศการให้เลือกชมในหลากหลายหัวข้อ อาทิ นิทรรศการวิกฤตมรดกบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนิทรรศการที่มุ่งนำเสนอประเด็นร้อนที่กำลังเกิดกระแสวิพากษ์ขึ้นในโลกออนไลน์ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนมาช่วยกันตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบไปด้วยกัน และนิทรรศการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์เพื่อเชิญชวนให้ผู้เข้าชมงานหันมามองมรดกที่อยู่รอบตัวเราในแง่มุมใหม่ และตระหนักถึงบทบาทในความเป็นเจ้าของมรดกเหล่านั้น เพื่อให้เกิดความรู้สึกหวงแหนและอยากรักษาให้คงอยู่ต่อไป นอกจากนั้นยังได้นำเทคโนโลยีทั้งในระบบ Automation และระบบ Interactive เข้ามาผนวกเข้ากับการจัดงานในหลายๆ ด้าน เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างนำเสนอบ้านจำลองในรูปแบบ Smart Home Smart Living เพื่อตอบสนองเทรนด์การใช้ชีวิตในยุคนี้ รวมถึงการเปิดเวทีใหม่อย่าง Inno-Talks ที่รวบรวมกูรูชั้นนำของประเทศมาถ่ายทอดเรื่องราวเทคโนโลยีเพื่องานสถาปัตยกรรมอีกหลายท่าน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้
 
ซึ่งการร่วมงานกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด ในปีนี้ เราเชื่อมั่นว่า สถาปนิก’63 จะได้รับความสนใจจากนานาชาติมากขึ้น โดยคาดว่าตลอด 6 วัน จะมีผู้เข้าร่วมงานอยู่ที่ 450,000 คน
 
ด้านประเด็นที่ผู้เข้าร่วมงานต่างเป็นกังวลเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “โควิด-19” (โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019) นั้น นายศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า ทางคณะผู้จัดงานทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันวางมาตรการป้องกันไว้อย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น การบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ การติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิ สำหรับคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย และผู้ป่วยที่เข้าข่ายต้องคัดแยกเพื่อเฝ้าระวังติดตามอาการ พร้อมเตรียมห้องปฐมพยาบาลเพื่อคัดกรองผู้ป่วย โดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจัดงาน และรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นถึงความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้จัดงานและเข้าร่วมชมงาน
 
งานเเสดงสินค้าสถาปัตยกรรม วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 34 “สถาปนิก’63 มองเก่า ให้ใหม่: Refocus Heritage” กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2563 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี