วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:42 น.

การตลาด

CGM เขย่าตลาด Health Tech จากเครื่องมือผู้ป่วยเบาหวาน สู่ “แพลตฟอร์มสุขภาพ” รับเทรนด์ Wellness–AI

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 08.46 น.

CGM เขย่าตลาด Health Tech

จากเครื่องมือผู้ป่วยเบาหวาน สู่ “แพลตฟอร์มสุขภาพ” รับเทรนด์ Wellness–AI
 


เทคโนโลยี CGM หรือระบบติดตามระดับน้ำตาลแบบต่อเนื่อง กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน สู่ตลาด Health Tech และ Wellness ที่จับตากลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก และตลาดองค์กร เปิดโอกาสธุรกิจต่อยอดจากการขายเซนเซอร์ สู่ AI วิเคราะห์ข้อมูล โภชนาการ และบริการสมาชิก ขณะที่ตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 15% ต่อปี

จาก “วัดน้ำตาล” สู่ “รู้จักร่างกาย”

CGM (Continuous Glucose Monitoring) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เซนเซอร์ขนาดเล็กติดบนร่างกาย เพื่อติดตามระดับกลูโคสอย่างต่อเนื่อง และส่งข้อมูลไปยังสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์รับข้อมูล ทำให้ผู้ใช้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลตลอดวัน

เดิม CGM ถูกใช้งานเป็นหลักในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังขยายไปสู่ตลาด Metabolic Health, Weight Management และ Preventive Health โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการรู้ว่าอาหาร การออกกำลังกาย และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

ตลาดโลกโตแรง ไทยมีโอกาส

ข้อมูลจาก Grand View Research ประเมินว่า ตลาด CGM ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 13.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 และมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 41 พันล้านดอลลาร์ในปี 2576 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี

ขณะที่ข้อมูลจาก International Diabetes Federation ระบุว่า ไทยมีผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานประมาณ 6.36 ล้านคนในปี 2567 คิดเป็นประมาณ 10.2% ของประชากรผู้ใหญ่ สะท้อนฐานตลาดด้านการดูแลและติดตามโรคที่มีขนาดใหญ่

นอกจากนี้ กระแสสังคมสูงวัย โรคอ้วน การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และความนิยมของ Wearable Technology ล้วนเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของตลาด

โอกาสไม่ได้อยู่ที่ “ตัวเซนเซอร์”

จุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ CGM คือการนำข้อมูลจากเซนเซอร์มาสร้างบริการใหม่ โดยเฉพาะ CGM + AI + Nutrition + Weight Management

โมเดลธุรกิจสามารถเริ่มจากการจำหน่ายเซนเซอร์ ก่อนต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันที่วิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ให้คำแนะนำเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย รวมถึงบริการนักโภชนาการ โปรแกรมควบคุมน้ำหนัก และระบบสมาชิกแบบรายเดือน

รูปแบบดังกล่าวช่วยเปลี่ยนธุรกิจจากการขายอุปกรณ์ครั้งเดียว เป็น Recurring Revenue เนื่องจากผู้ใช้ต้องเปลี่ยนเซนเซอร์ตามอายุการใช้งาน และสามารถสมัครบริการวิเคราะห์ข้อมูลต่อเนื่อง

ตลาดเป้าหมายจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน แต่ยังครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ผู้ต้องการลดน้ำหนัก กลุ่ม Wellness และตลาด Corporate Wellness

การตลาดต้องขาย “ประสบการณ์”

สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ การแข่งขันด้วยการขายเครื่องเพียงอย่างเดียวอาจทำได้ยาก เพราะต้องเผชิญกับแบรนด์ระดับโลก เช่น Abbott และ Dexcom

กลยุทธ์ที่น่าสนใจจึงควรเปลี่ยนจากการขาย “เครื่องวัดน้ำตาล” เป็นการขาย ประสบการณ์การรู้จักร่างกายตัวเอง เช่น โปรแกรมทดลองใช้ 14 วัน ให้ผู้บริโภคติดตามผลหลังรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการนอน ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับพฤติกรรม

สำหรับธุรกิจ Startup หรือ Distributor รายใหม่ งบการตลาดเบื้องต้นอาจอยู่ที่ประมาณ 2–3 ล้านบาทต่อปีสำหรับโมเดล Lean หรือประมาณ 5–11 ล้านบาทต่อปีสำหรับการทำตลาดเต็มรูปแบบ โดยเน้น Digital Marketing, KOL ด้านสุขภาพ, Content Marketing, Sampling และพันธมิตรกับคลินิกหรือฟิตเนส

โอกาสสูง แต่ต้องบริหารความเสี่ยง

แม้ตลาดมีศักยภาพ แต่ CGM ยังมีข้อจำกัด ทั้งราคาที่ค่อนข้างสูง อายุการใช้งานของเซนเซอร์ การระคายเคืองผิวหนัง ความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะตีความค่าที่วัดได้ผิด

ที่สำคัญ CGM ไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดโดยตรง และในกลุ่มคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน หลักฐานทางวิชาการเกี่ยวกับประโยชน์ในการลดน้ำหนักยังมีข้อจำกัด จึงต้องระมัดระวังการสื่อสารทางการตลาดไม่ให้เกินหลักฐานทางการแพทย์

จับตา 3–5 ปี เปลี่ยนสู่ Personalized Health

แนวโน้มสำคัญในระยะ 3–5 ปี คือ CGM จะพัฒนาไปสู่ระบบสุขภาพเฉพาะบุคคลมากขึ้น เซนเซอร์มีแนวโน้มเล็กลง ใช้งานง่ายขึ้น และเชื่อมต่อกับ Smartphone, AI และ Wearable อื่น ๆ

ขณะเดียวกัน AI จะกลายเป็นตัวสร้างมูลค่าใหม่ เพราะสามารถนำข้อมูลน้ำตาล อาหาร การนอน และกิจกรรมทางกายมาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อสร้างคำแนะนำเฉพาะบุคคล

CGM จึงมีโอกาสก้าวข้ามจาก “อุปกรณ์ตรวจน้ำตาล” ไปเป็น “แพลตฟอร์มสุขภาพส่วนบุคคล” ซึ่งจะเปิดตลาดใหม่ตั้งแต่การดูแลโรคเบาหวาน การควบคุมน้ำหนัก ไปจนถึง Wellness และ Preventive Health

แหล่งข้อมูล: Grand View Research, International Diabetes Federation (IDF), U.S. FDA, American Diabetes Association (ADA), Thai FDA และรายงานผลประกอบการของบริษัทผู้ผลิต CGM รายใหญ่

หน้าแรก » การตลาด

ข่าวในหมวดการตลาด