วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 23:00 น.

เศรษฐกิจ

กคช.ปรับรูปแบบ ราคาขายโครงการใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 18.31 น.

กคช.ปรับรูปแบบ ราคาขายโครงการใหม่

 
การเคหะแห่งชาติทบทวนสถานการณ์ที่อยู่อาศัยหลังเผชิญวิกฤตโควิด-19  ปรับแนวทางให้องค์กรเดินไปข้างหน้าได้ ทั้งเก็บตกขายปิดโครงการ ขยายปล่อยเช่ามากขึ้น ปรับรูปแบบและราคาขายโครงการใหม่  
 
นายวิญญา สิงห์อินทร์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ รักษาการผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวยอมรับว่า ผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19  ทำให้การเคหะแห่งชาติต้องทบทวนสถานการณ์ที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะอาคารคงเหลือที่มีอยู่  รวมถึงโครงการที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 -2564
 
สำหรับอาคารคงเหลือนั้น ในส่วนการขายให้เร่งเก็บตกขายสำหรับโครงการทำเลดี ขายได้ดี ซึ่งคงเหลืออยู่จำนวนไม่มาก จะเพิ่มรายได้ให้การเคหะแห่งชาติโดยตรง ขณะเดียวกันได้เปิดโอกาสให้
 
 
ผู้มีรายได้น้อยได้เช่าในราคาไม่แพง อย่างเช่นโครงการเช่าทั่วไทย 10,000 หน่วย อัตราเช่าเริ่มต้น 999 บาท/เดือน นอกจากสามารถตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยแล้ว ยังเพิ่มรายได้ให้กับ
 
การเคหะแห่งชาติแทนการปล่อยให้ห้องว่าง ซึ่งนโยบายต่อไปจะเพิ่มสัดส่วนการปล่อยเช่าเพิ่มมากขึ้นด้วย ทางด้านสัญญาเช่าซื้อกับลูกค้า การเคหะแห่งชาติพยายามช่วยเหลือลูกค้าในทุกวิถีทาง หากลูกค้าไม่สามารถผ่อนชำระได้ก็ให้ปรับเป็นการเช่าแทน เพื่อลดภาระลูกค้าในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ  และเปิดโอกาสให้กลับมาเช่าซื้อได้ในอนาคต ตามมาตรการ Rent to Buy ที่การเคหะแห่งชาติได้ประกาศไปแล้ว
 
 
ส่วนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จในระยะต่อไปปี 2563 - 2564 หากลูกค้าสามารถโอนผ่อนชำระธนาคารได้ก็ให้ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร ถ้าลูกค้าไม่ได้รับสินเชื่อจากธนาคาร สามารถทำเช่าซื้อกับโครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย หรือไม่ผ่านเกณฑ์อีกสามารถเช่าไปก่อน (Rent to Buy)
 
 
สิ่งที่กา รเคหะแห่งชาติจะต้องพัฒนาต่อไป สิ่งที่ต้องทบทวนคือ การปรับแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและกำหนดราคาขายให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจด้วย เพื่อให้ขายได้หมดทั้งโครงการโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นต้องแบกรับภาระซ่อมบำรุงรักษาส่วนที่เหลือ
“ต้องยอมรับว่า ไวรัสโควิด -19 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม การเคหะแห่งชาติเอง ก็ต้องทบทวนหลักคิด รูปแบบ วิธีการ เพื่อให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้และพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยได้ต่อไป” นายวิญญา กล่าว