วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 16:53 น.

เศรษฐกิจ

รถไฟ จ่อหารือ CP หาทางออกรถไฟไฮสปีดสามสนามบิน

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.16 น.

รถไฟ จ่อหารือ CP หาทางออกรถไฟไฮสปีดสามสนามบิน

 

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง  รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยว่า ในวันที่ 14พ.ย.68นี้ กระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย  สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะหารือร่วมกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือ AERA1 (กิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) เพื่อหาทางออกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)  โดยรฟท.ในฐานะคู่สัญญากับ AERA1 จะเตรียมการหารือใน 2 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับร่างแก้ไขสัญญา

 

 “ในวันนี้จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน คือ 1. เรื่องปรับวิธีการชำระเงินแก่เอกชนที่ต้องให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 /2.หลักค้ำประกันสัญญา ที่ฝ่ายอัยการมองว่าเอกชนควรวางหลักคำประกันเพิ่มขึ้นหากจะให้รัฐปรับแก้สัญญาเรื่องการชำระเงิน ที่จากเดิมรัฐจะจ่ายเมื่อเอกชนเริ่มเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง โดยแบ่งจ่ายเป็นเวลา 10 ปี ปีละเท่าๆ กันรวมเป็นเงิน 149,650 ล้านบาท เปลี่ยนมาเป็นรัฐจะจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างที่ รฟท. ตรวจรับวงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขให้ AERA1 ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมรวมเป็นจำนวน 152,164 ล้านบาท เพื่อประกันว่างานก่อสร้างและรถไฟความเร็วสูงจะเปิดให้บริการได้ภายในระยะเวลา 5 ปี กรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของ รฟท.ทันทีตามงวดการจ่ายเงินนั้นๆ “นายอนันต์ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้   นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยระบุว่าไม่สามารถยอมรับการแก้ไขสัญญา โดยเฉพาะการแก้เงื่อนไขการชำระเงินใหม่นั้น เชื่อว่าในวันนี้ ทุกฝ่ายจะสามารถชี้แจงรายละเอียดแก่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่างชัดเจน  นอกจากนี้ ส่วนแนวคิดให้ AERA1 ดำเนินโครงการส่วนต่อขยายรถไฟสามสนามบินจากสนามบินอู่ตะเภาไปยัง จ.ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งจากการศึกษาของ รฟท.พบว่ามีระยะทาง 190 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 101,728 ล้านบาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น นั้น ก็จะมีการเสนอให้ AERA1 ลองพิจารณาด้วย โดยเบื้องต้นจะดำเนินการแค่ช่วงอู่ตะเภา-ระยอง ระยะทาง 25 กม.ก่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่จะคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่า ซึ่งหาก AERA1 รับข้อเสนอ ฝ่ายรัฐก็จะต้องเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาก่อน เพราะเป็นการปรับรายละเอียดเพิ่มเติมเส้นทาง 

       

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา AERA1 ยังไม่เคยขอเจรจาหรือแสดงความจำนงที่จะขอยกเลิกสัญญา หรือไม่ขอรับงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินต่อไป เห็นได้จากการที่ AERA1 ยังคงรับผิดชอบการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์อยู่ในปัจจุบันและสามารถให้บริการได้ตามตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลัก (KPI) ที่ รฟท.กำหนด ส่วนการเจรจากับ AERA1 จะได้ข้อยุติเมื่อไรนั้นต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

      

นอกจากนี้ ด้านปัญหาโครงสร้างร่วมระหว่างรถไฟความเร็วสูงสามสนามบินกับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 ในสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 11.83 กม.นั้น ยังต้องรอการเจรจาปรับแก้สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบินกับ AERA1 ได้ข้อยุติก่อน เพราะตามที่ตกลงกันก่อนหน้านี้ทาง AERA1 จะรับผิดชอบงานก่อสร้างฐานรากบริเวณโครงสร้างร่วมดังกล่าว ขณะที่ รฟท.รับผิดชอบเรื่องานวางราง

          

ขณะเดียวกันโครงการรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงินลงทุน 10,325.90 ล้านบาท ที่บริษัท บุญชัยพาณิชย์ (1979) จำกัด ในเครือ บริษัท ซีวิลเอนจิเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ CIVIL แจ้งไม่ยืนราคาต่อแล้ว ซึ่งรฟท.ต้องทำการเปิดประกวดราคาใหม่นั้น ก็จะต้องมีการปรับลดความสูงสถานีอยุธยาและความสูงของรางลง ตามความเห็นขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งขณะนี้ รฟท.ได้ออกแบบใหม่ตามความเห็นของยูเนสโกและนำส่งให้กรมศิลปากรพิจารณาแล้ว 

       

ทั้งนี้ หากกรมศิลปากรอนุมัติ รฟท.ก็จะต้องเปิดประกวดราคาใหม่ และต้องปรับราคาใหม่ซึ่งน่าจะสูงกว่าราคาเดิม แต่หากรวมแล้วไม่เกินกรอบวงเงินโครงการรวมที่ ครม.เคยอนุมัติไว้ก็ไม่ต้องเสนอขออนุมัติจากครม.อีก รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 6 เดือนกว่าการเปิดประกวดราคาใหม่จะแล้วเสร็จ และใช้เวลาก่อสร้างอีก 3-4 ปี ก็จะสอดคล้องกับการก่อสร้างช่วงสัญญา 4-1 ซึ่ง รฟท.ตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการระยะแรก (เฟสที่ 1 ) ในปี 2573นี้