วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.16 น.
รถไฟ เร่งเสนอทางคู่เฟส 2 รวม 6 สายทาง เข้าครม.

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่า รฟท. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 จำนวน 6 สายทาง มูลค่ารวม 297,924 ล้านบาท ว่าล่าสุดรฟท.ได้นำส่งทั้ง 6 สายทางไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมั่นใจว่าในปี 2569 รฟท.จะได้เปิดประกวดราคาได้อย่างน้อย 3 เส้นทาง ซึ่งประเมินว่าเส้นทางสายใต้ 3 เส้นทางมูลค่ารวมกว่า 104,464 ล้านบาท จะได้เสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ประกอบด้วย 1.เส้นทางชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 30,422 ล้านบาท 2.เส้นทางสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และ 3.เส้นทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากได้รับความเห็นชอบจากครม. ทาง รฟท.ก็พร้อมเปิดประกวดราคาทันทีโดยจะทยอยเปิดประกวดราคาทีละเส้นทาง ห่างกันประมาณ 1-2 เดือน เพื่อมิให้เกิดข้อครหาว่าการเปิดประกวดราคาพร้อมกันทั้ง 3 โครงการจะทำให้เกิดการฮั้วประมูล และการดำเนินโครงการเส้นทางเฟสที่ 2 จะประกวดราคาโดยรวมทั้งงานโยธาและอาณัติสัญญาณ (ไม่แยกสัญญา) เพื่อให้งานก่อสร้างกับงานอาณัติสัญญาณเดินหน้าไปควบคู่กันและเสร็จใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ รฟท. ยังได้เดินหน้าโครงการก่อสร้างเส้นทางคู่สายใหม่เพื่อเชื่อมโยงการค้าภูมิภาค โดยโครงการช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ทั้ง 3 สัญญา มีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนงานโดยเฉลี่ย 3-4% ขณะที่โครงการช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ทั้ง 2 สัญญา มีความคืบหน้า 61.095% ปัญหาเนื่องจากการเวนคืนที่ดิน ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างได้ล่าช้า
ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงขอนแก่น–หนองคาย เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนเมษายน 2568 ยังมีความคืบหน้าช้ากว่าแผนเล็กน้อย สำหรับเส้นทางระยะที่ 2 อื่นๆ อีก 6 เส้นทาง (เช่น ปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี) ได้เสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติโครงการแล้ว เช่นเดียวกับสายใหม่ช่วงสุราษฎร์ธานี-พังงา-ท่านุ่น ที่ออกแบบเสร็จสิ้นและอยู่ระหว่างรอการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)