วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 03:28 น.

เศรษฐกิจ

OR จ่อปรับแผนลงทุนธุรกิจตปท.ใหม่ 

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 05.12 น.
OR จ่อปรับแผนลงทุนธุรกิจตปท.ใหม่ 
 
 
OR เตรียมปรับกลยุทธ์ธุรกิจต่างประเทศใหม่ เน้นประเทศในอาเซียน ระบุการลงทุนธุรกิจในต่างประเทศลดลง เหตุทบทวนแผนดำเนินธุรกิจในกัมพูชา หลังยอดขายหด50-60% และจำนวนปั๊มลดเหลือ150แห่ง ขณะที่หากสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความรุนแรง ส่งผลให้ยอดขายลดลงอีก 
 
 
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ(Global)ว่า บริษัทจะเน้นการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ดีทั้งถนน รถไฟ เรือ ไฟฟ้า และท่อน้ำมัน ที่สามารถต่อยอดธุรกิจได้
 
ทั้งนี้แม้ว่าธุรกิจต่างประเทศจะเป็นหนึ่งในสามเสาหลักสร้างการเติบโตของบริษัท แต่ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในการดำเนินธุรกิจในประเทศ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งในระยะยาว
 
ในปี2569 งบลงทุนในธุรกิจGlobal จะปรับลดลง เพราะบริษัทชะลอการลงทุนในหลายประเทศทั้งกัมพูชา รวมถึงเวียดนามหลังประกาศยุติการลงทุนร้าน Café Amazon ในเวียดนามอย่างถาวร
 
 
 
หม่อมหลวงปีกทอง กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาตัดสินใจปรับการลงทุนในกัมพูชา หลังจากปีนี้ยอดขายในกัมพูชาปรับลดลงประมาณ50-60%จากปีก่อน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะตามชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา จนเกิดกระแสต่อต้านสินค้าไทย ทำให้สถานีบริการน้ำมันPTT Station ในกัมพูชาที่เคยมีอยู่ราว200 แห่ง (เป็นปั๊มน้ำมันที่ORเป็นเจ้าของเพียง 10%) ส่วนใหญ่เป็นของดีลเลอร์ มีการเปลี่ยนย้ายค่ายไปถึง 40-50แห่ง ล่าสุด มีสถานีบริการPTT Stationในกัมพูชาเหลืออยู่เพียง 150แห่ง เช่นเดียวกับร้านกาแฟคาเฟ่ อเมซอนที่เหลืออยู่เพียง 150 สาขา อย่างไรก็ตาม OR ได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากรายได้จากธุรกิจในกัมพูชาคิดเป็น 2-3%ของกำไรรวมOR
 
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาเกิดการปะทะรุนแรงอีก หรือเลวร้ายถึงขั้นปิดสถานฑูต ทำให้ยอดขายปรับลดลงมากจนไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ บริษัทฯก็คงต้องยุติการทำธุรกิจในกัมพูชา ซึ่งเป็นแนวทางซินาริโอ (Scenario) ที่แย่สุด โดยบริษัทวางไว้หลายซินาริโอ แต่ขณะนี้ยังเดาไม่ออกว่าสถานการณ์จะไปทางไหน แต่คาดว่าจะมีความชัดเจนแผนการดำเนินธุรกิจในกัมพูชาภายในเดือนธันวาคมนี้ หรืออย่างช้าในช่วงเดือนมกราคม 2569
 
หม่อมหลวงปีกทอง กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุการยุติการทำธุรกิจ Café Amazon ที่มีอยู่ 20-30สาขาในเวียดนามอย่างถาวรนั้น เนื่องจากบริษัทไม่สามารถนำความสำเร็จของ Café Amazon ในไทยที่มีอยู่กว่า 4 พันสาขาไปใช้ในเวียดนามได้ เพราะคู่แข่งร้านกาแฟท้องถิ่นแข็งแกร่ง และเป็นมากกว่าร้านกาแฟ ทำให้ Café Amazon ไม่สามารถขยายสาขาได้เพิ่มขึ้น และมีต้นทุนแฝงสูง ทำให้ประสบปัญหาการขาดทุนมาตลอด และไม่คุ้มที่จะลงทุนอีกต่อไป
 
สำหรับสปป.ลาว บริษัทลงทุนทั้งธุรกิจสถานีบริการน้ำมันPTT Station และCafé Amazon ครอบคลุมทุกจังหวัด และไปได้ด้วยดี ส่วนเมียนมา คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนหน้า หากสถานการณ์ดีขึ้น ไทยจะมีความได้เปรียบในการเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งOR ก็พร้อมเข้าไปลงทุนในเมียนมา