วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569 22:15 น.

เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์” สั่งทอท. คุมเข้มป้องกันโดรนรบกวนการบิน ย้ำไม่กระทบเที่ยวบินและการท่องเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.32 น.

“พิพัฒน์” สั่งทอท. คุมเข้มป้องกันโดรนรบกวนการบิน ย้ำไม่กระทบเที่ยวบินและการท่องเที่ยว

 

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร และตำรวจ อย่างใกล้ชิดและเข้มข้น เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ป้องกันการลักลอบใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ในพื้นที่โดยรอบสนามบิน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย

ของประชาชน ผู้โดยสาร และการเดินอากาศ พร้อมเน้นย้ำให้ดำเนินการตามมาตรฐานการบินสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบินและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ

นายกิตติพงศ์  กิตติขจร  ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ทสภ. ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยยืนยันการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานการบินสากลอย่างเข้มงวด มีการตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว และบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร และตำรวจ ในการเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการ

“ภายหลัง ทสภ. ได้รับรายงานการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (Drone) บริเวณใกล้เขต ทสภ. ตั้งแต่คืนวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของแผนเผชิญเหตุและแผนรักษาความปลอดภัยสนามบิน

อย่างเคร่งครัด และประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ตรวจสอบทันที ต่อมาในคืนวันที่  21 ธันวาคม 2568 มีรายงานพบการบินของอากาศยานไร้คนขับในพื้นที่โดยรอบซึ่งอยู่ห่างจากจุดเดิมออกไป จากการประเมินสถานการณ์ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการขึ้น – ลงของอากาศยาน ตารางเที่ยวบิน และการให้บริการผู้โดยสารแต่อย่างใด”นายกิตติพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ ทสภ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับกองทัพบก กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการติดตั้งและใช้งานอุปกรณ์ตรวจจับและต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone) ควบคู่กับการเพิ่มกำลังสายตรวจรถยนต์ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเพิ่มความถี่และวงรอบการตรวจตราพื้นที่โดยรอบแนวรั้วสนามบิน รวมถึงการเฝ้าสังเกตการณ์ผ่านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้ซักซ้อมและทบทวนแผนปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยืนยันว่าการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไปตามมาตรฐานการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

นายกิตติพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบินอากาศยานไร้คนขับใกล้เขตสนามบินเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในรัศมี 9 กิโลเมตร ผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย โดยหากเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติสามารถแจ้ง ศูนย์สุวรรณภูมิ โทร. 0 2132 4000 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทสภ. ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุด

กับความปลอดภัย และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลผู้โดยสารและการเดินอากาศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ใช้บริการ และสนับสนุนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ด้าน พลตำรวจโทวัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการ

ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอากาศยาน

ไร้คนขับรุกล้ำพื้นที่สนามบินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการเชิงรุก เพิ่มจุดตรวจและตั้งด่านโดยรอบพื้นที่สนามบิน ควบคุมเส้นทางเข้า – ออกทุกจุด พร้อมตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะตามมาตรการรักษา

ความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ครอบครองอากาศยานไร้คนขับที่มีการจดทะเบียน รวมถึงประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน สถานประกอบการ ร้านค้า และที่พักในพื้นที่โดยรอบ ให้ช่วยสอดส่องดูแล

และแจ้งเบาะแส หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยหรือการใช้อุปกรณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการบินอากาศยานไร้คนขับโดยไม่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงด้านการบิน