วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 10:10 น.

เศรษฐกิจ

"รฟท." สั่งหยุดก่อสร้างชั่วคราว หลังเครนถล่มทับรถไฟ เร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 8 หมื่น

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569  นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยถึงเหตุอุบัติเหตุเครนก่อสร้างพังถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี โดยเหตุเกิดบริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ว่า การรถไฟฯ ได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้อย่างชัดเจน โดย ผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือแบ่งเป็นค่าทำศพรายละ 40,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าสินไหมทดแทนอีกรายละ 40,000 บาท พร้อมทั้งจะอำนวยความสะดวกในการนำส่งร่างกลับภูมิลำเนาตามความประสงค์ของญาติ  ส่วน ผู้บาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา

นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทันที โดยเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน คนขับรถไฟปลอดภัยและได้เดินทางออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ควบคุมรถเครนยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวและสอบสวนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบหาสาเหตุเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการให้บริการรถไฟสายอุบลราชธานี ทำให้ต้องปิดเส้นทางหลักในช่วงที่เกิดเหตุชั่วคราว การรถไฟฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนแผนการเดินรถ โดยให้ขบวนรถใช้เส้นทางอ้อมผ่านทางหนองบัวแทน พร้อมเตรียมประกาศแจ้งข้อมูลการเดินรถและสถานีที่ยังเปิดให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

นายอนันต์ ยังกล่าวถึงการกู้คืนพื้นที่ว่า มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากเครนก่อสร้างที่พังถล่มลงมามีน้ำหนักประมาณ 400 ตัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาเครนขนาดใหญ่ที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการเคลื่อนย้าย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร หลังจากกู้คืนพื้นที่แล้ว จะมีการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบทางรถไฟและสภาพรางอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพิจารณาเปิดให้บริการเดินรถตามปกติ

ขณะเดียวกัน จังหวัดนครราชสีมาได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำข้อกังวลสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนระหว่างการกู้คืน โดยทุกขั้นตอนจะต้องประเมินความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนเป็นอันดับแรก