วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.05 น.
ขบ.ร่วมทล. แชร์ข้อมูลลดปัญหากระทำผิดกฎหมาย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฎิบัติงาน ระหว่าง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กับ กรมทางหลวง (ทล.) ว่าสำหรับข้อตกลงของทั้ง 2 หน่วยงานเป็นการประสานงานด้านข้อมูลโดยเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลรายละเอียดด้านไอที ทั้งสองหน่วยงานสามารถประสานงานและถ่ายทอดข้อมูลถึงกันได้โดยตรง ช่วยลดความซ้ำซ้อน หน่วยงานไม่จำเป็นต้องสร้างโปรแกรมหรือระบบขึ้นมาใหม่แยกกันขยายผลทั่วทั้งกระทรวง ซึ่งนโยบายนี้จะครอบคลุมทั้ง 23 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ประโยชน์ต่อประชาชน และผู้ประกอบการ จะช่วยให้การทำงานของภาครัฐมีความโปร่งใสและรวดเร็วขึ้น และที่สำคัญจะเกิดความปลอดภัยทางถนน สามารถแชร์ข้อมูลจุดที่เกิดอุบัติเหตุ หรือจุดที่มีการซ่อมบำรุงทางหลวง เพื่อให้รถที่สัญจรไปมาเพิ่มความระมัดระวังได้ทันที ลดขั้นตอนงานเอกสาร ภาคเอกชนหรือประชาชนที่ติดต่อราชการ สามารถดำเนินการเสร็จสิ้นได้ในจุดเดียว (One Stop Service) ไม่ต้องเดินทางไปหลายกรมหรือหลายหน่วยงานเพื่อดึงข้อมูล การปราบปรามอาชญากรรมกรมทางหลวงสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่ารถที่วิ่งบนถนนเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นรถผิดประเภท โดยไม่ต้องรอสอบถามไปยัง
สำหรับการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก จะสนับสนุนข้อมูลด้านทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ด้านประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล ตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านการขนส่งและทางหลวง ขณะที่กรมทางหลวง จะสนับสนุนข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พิกัดตำแหน่งสถานีตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะ ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน ข้อมูลพิกัดทรัพย์สินในเขตทางหลวง ข้อมูลสถิติทางหลวง และข้อมูลอุบัติภัยบนทางหลวงจากระบบคลังข้อมูลภูมิสารสนเทศกรมทางหลวง (DOH One Map) เพื่อสนับสนุนภารกิจของ ขบ. ขณะเดียวกัน ทล. จะนำข้อมูลจาก ขบ. เช่น ข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลผู้ขับขี่ ข้อมูลการเดินรถ และข้อมูลจากระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการใช้รถ ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ขบ. ได้ลงนามความร่วมมือบูรณาการข้อมูลกับ ทล. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนของประเทศให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย ขบ. จะสนับสนุนข้อมูลด้านทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ด้านประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล ตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านการขนส่งและทางหลวง รวมถึง ขบ. จะนำข้อมูลที่ได้จาก ทล. ไปพัฒนาระบบแผนที่ของหน่วยงาน เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งสินค้า การขนส่งผู้โดยสาร และการกำหนดนโยบาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยการบูรณาการข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงคมนาคมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือ Data-driven Organization อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบ Smart Transport ของประเทศไทย โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันยกระดับการทำงานบริหารจัดการเชิงกระบวนการไปสู่การบริหารจัดการเชิงข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การขนส่งทางถนนมีความปลอดภัย
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การลงนาม MOU ระหว่าง ทล. และ ขบ. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านคมนาคมและความปลอดภัยทางถนนของประเทศ โดย ทล. จะสนับสนุนข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พิกัดตำแหน่งสถานีตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะ ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน ข้อมูลพิกัดทรัพย์สินในเขตทางหลวง ข้อมูลสถิติทางหลวง และข้อมูลอุบัติภัยบนทางหลวงจากระบบคลังข้อมูลภูมิสารสนเทศกรมทางหลวง (DOH One Map) เพื่อสนับสนุนภารกิจของ ขบ. ขณะเดียวกัน ทล. จะนำข้อมูลจาก ขบ. เช่น ข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลผู้ขับขี่ ข้อมูลการเดินรถ และข้อมูลจากระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการใช้รถ ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมผลักดันการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง