เศรษฐกิจ
กรมพัฒนาธุรกิจฯ พลิกโฉมโมเดลรัฐ-เอกชน! ชูธง ‘เอกชนนำ-รัฐหนุน’ ผนึกกำลังพันธมิตรดัน ‘DBD Wellness 2026’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริการไทยสู่ Global Wellness Hub เต็มรูปแบบ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประกาศมิติใหม่การทำงานรับเทรนด์โลก นัดหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐภาคเอกชนและสมาคมการค้า เข้าหารือความร่วมมือในการส่งเสริมธุรกิจ Wellness & Healthcare ขับเคลื่อนสานต่อบิ๊กโปรเจกต์ ‘DBD Wellness 2026’ ชูโมเดลยุทธศาสตร์ “เอกชนคิด รัฐสนับสนุน” มอบบทบาทภาคธุรกิจเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ส่วนภาครัฐผันตัวเป็น ‘ลมใต้ปีก’ (Facilitator) คอยอำนวยความสะดวกและขจัดอุปสรรคปัญหาต่างๆ ให้ธุรกิจเดินหน้าได้คล่องตัวยิ่งขึ้น มั่นใจพลัง Synergy ครั้งนี้จะดันรายได้ธุรกิจบริการ Wellness ไทย ทะลุ 1.5 ล้านล้านบาท รับสังคมสูงวัยอย่างมั่นคง
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือส่งเสริมธุรกิจ Wellness & Healthcare เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า “ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตระหนักดีว่าภาคเอกชน คือ ผู้ที่เข้าใจสนามการค้าดีที่สุด กรมฯ จึงทำงานโดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและพันธมิตร เช่น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สมาพันธ์สมาคมสปาแอนด์เวลเนสไทย สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย และบริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้ามามีบทบาทหลักในการร่วมกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ ร่วมขับเคลื่อนบิ๊กโปรเจกต์ ‘DBD Wellness 2026’ เชื่อมั่นโมเดล ‘เอกชนนำ รัฐหนุน’ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง ‘High Tech’ คือ การใช้ AI และ Data ขับเคลื่อนธุรกิจ และ ‘High Touch’ คือเสน่ห์การบริการด้วยหัวใจ โดยภาครัฐจะคอยเป็น “ลมใต้ปีก” สนับสนุนให้ไทยก้าวไปสู่การเป็น Global Wellness Hub ได้อย่างสง่างามและยั่งยืน”

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำว่า “ปัจจุบันภาคบริการ (Service Sector) ได้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่’ (New Economic Engine) ที่ทรงพลังทดแทนภาคการผลิตดั้งเดิมที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม Health & Wellness ที่เปรียบเสมือนหัวหอกสำคัญในการสร้างรายได้เข้าประเทศ สะท้อนได้จากข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ชี้ชัดว่าอุตสาหกรรมนี้ คือ ‘ขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจ’ และเป็นจุดแข็งของประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยจำนวนนิติบุคคลกว่า 30,712 ราย มีเม็ดเงินลงทุนหมุนเวียนในระบบเกือบ 4 แสนล้านบาท และสามารถสร้างรายได้รวมทะลุ 1.233 ล้านล้านบาท ในปี 2567 ตัวเลขนี้ยืนยันศักยภาพที่แข็งแกร่ง แต่โจทย์ท้าทายคือ การเติมเต็ม ‘ทักษะดิจิทัล’ และ ‘เครือข่ายพันธมิตร’ เพื่อปิดช่องโหว่ทางธุรกิจและเสริมเกราะป้องกันให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่นี้เดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง”
ภายใต้โครงการ ‘DBD Wellness 2026’ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและพันธมิตรได้วางโรดแมปการพัฒนาที่เข้มข้นเพื่อติดปีกให้ธุรกิจสปา นวดเพื่อสุขภาพ บริการผู้สูงอายุ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ผ่าน 3 สเต็ปสำคัญ ประกอบด้วย 1) ติดอาวุธทางปัญญา (ConNext) โดยเจาะลึกการใช้ AI และการตลาดดิจิทัล พลิกโฉมการบริหารจัดการให้ทันสมัย 2) ขยายฐานรากความยั่งยืน (Scale-up) เพื่อต่อยอดแผนธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมขยายขนาดธุรกิจอย่างมั่นคง และ 3) โชว์ศักยภาพสู่สากล (The Pitching & Expo) โดยจะเฟ้นหา 12 ธุรกิจสุดยอดต้นแบบ ร่วมโชว์ศักยภาพและเจรจาต่อยอดธุรกิจในงานระดับประเทศอย่าง ‘Thailand Wellness & Healthcare Expo 2026’

“ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรม แต่คือการสร้าง Ecosystem ระบบนิเวศที่ภาครัฐและภาคธุรกิจเกื้อกูลกันอย่างแท้จริง ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามั่นใจว่า ‘DBD Wellness 2026’ จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล สอดรับกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทร. 0 2547 5158 สายด่วน 1570 หรือดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.dbd.go.th
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








