วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.01 น.
ยสท. ประกาศวิสัยทัศน์-พันธกิจใหม่ พลิกเกมธุรกิจ ฝ่าวิกฤตตลาดบุหรี่
เดินหน้าส่งออก–ธุรกิจใหม่เต็มสูบ รับปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน
การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) แถลงผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2568 ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้านจากโครงสร้างอุตสาหกรรมยาสูบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาวะตลาดบุหรี่ถูกกฎหมายที่หดตัวต่อเนื่อง และการขยายตัวของบุหรี่ผิดกฎหมายในระดับที่กระทบเสถียรภาพรายได้หลักขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ลดลงกว่า 43% และกำไรลดลงกว่า 94% อย่างไรก็ตาม ยสท. ยังสามารถประคองฐานะทางการเงิน และพลิกเกมด้วยการเร่งขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและการส่งออกซึ่งเติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนศักยภาพขององค์กรในการปรับตัวเชิงโครงสร้าง พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ เพื่อวางรากฐานการเติบโตระยะยาว และยกระดับบทบาทองค์กรจากผู้ผลิตยาสูบ สู่การเป็นองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน
นายภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า แม้รายได้จากธุรกิจหลักจะลดลง
จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แต่ ยสท. ยังสามารถประคองเสถียรภาพองค์กรและสร้างการเติบโตจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจส่งออกและธุรกิจใหม่ อาทิ บุหรี่ส่งออก 870.73 ล้านบาท ใบยาส่งออก 417.21 ล้านบาท ธุรกิจโรงพยาบาลสวนเบญจกิติฯ 124.04 ล้านบาท รายได้จากผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น 36.95 ล้านบาท ธุรกิจรับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์ 21 ล้านบาท ธุรกิจยาเส้น 19.46 ล้านบาท และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15.45 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ยสท. พร้อมขยายสู่พื้นที่ธุรกิจใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม และบ่งชี้ถึงศักยภาพขององค์กรในการต่อยอดรายได้จากฐานทรัพยากร ความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรของเรามีอยู่ และเพื่อรองรับทิศทางการเติบโตด้านการส่งออกอย่างจริงจัง ล่าสุด ยสท. ได้จัดตั้ง “สำนักส่งออกและตลาดต่างประเทศ” ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ขององค์กร เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การสร้างเครือข่ายคู่ค้าระหว่างประเทศ ไปจนถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์ และการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบ ESG (Environmental, Social, and Governance) อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และ
ธรรมาภิบาล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ยสท. ได้ดำเนินโครงการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังในปีงบประมาณ 2568 ส่งผลให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าทั้งองค์กรได้ถึง 9.8 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 2,428 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทำให้ปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมขององค์กรอยู่ที่ 48,233 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แบ่งเป็นการปล่อยโดยตรงจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและสารทำความเย็น 9,272 ตัน การปล่อยจากการใช้พลังงานไฟฟ้า 14,185 ตัน และการปล่อยโดยอ้อมจากกิจกรรมห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขนส่งและการใช้วัตถุดิบ 24,776 ตัน ความสำเร็จดังกล่าวนำไปสู่การได้รับรางวัล Green Office เหรียญทอง ระดับประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในมิติด้านสังคม (Social) ยสท. ให้ความสำคัญกับการดูแลและส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบกว่า 25,000 ครอบครัว หรือแรงงานในห่วงโซ่อุปทานมากกว่า 100,000 คน โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเกษตรกร ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ การส่งเสริมการเพาะปลูกตามมาตรฐาน GAP และการควบคุมคุณภาพตลอดกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้
ใบยาสูบที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ ยสท. ยังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าส่งและร้านค้าปลีกที่ถูกกฎหมายกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ พร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐในการแก้ไขปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนผลักดันมาตรการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
ในมิติด้านธรรมาภิบาล (Governance) ยสท. ได้รับรางวัลและการยอมรับด้านการบริหารจัดการองค์กรอย่างต่อเนื่อง
ในปีงบประมาณ 2568 โดยได้รับรางวัล ITA AWARDS 2025 อันดับ 1 สูงสุดในกลุ่มรัฐวิสาหกิจ ด้วยคะแนน 99.87 คะแนน
ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในระดับสูง ขณะเดียวกันยังได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น SOE AWARDS 2024 และ 2025 ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ในสาขารางวัลการพัฒนาองค์กรดีเด่น และรางวัลความร่วมมือด้านกระบวนการจัดการของรัฐวิสาหกิจ ตอกย้ำศักยภาพด้านการบริหารจัดการองค์กรและการพัฒนากระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น SOE AWARDS 2025 และรางวัลชมเชยประเภทความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมดีเด่น จากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยาเส้นในหมวดอบใบยา นอกจากนี้ การยาสูบแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ และการยาสูบแห่งประเทศไทย พระนครศรีอยุธยา ยังได้รับรางวัล Zero Accident Campaign 2025 ระดับเงิน สะท้อนถึงมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานที่เข้มแข็ง และได้รับรางวัล IQCC จากการนำเสนอผลงานการพัฒนาคุณภาพงานด้วยเครื่องมือ QCC บนเวทีระดับนานาชาติ ณ ประเทศศรีลังกาและประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศด้านการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องและวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ
ผู้ว่าการ ยสท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ 2569 ยสท. ได้ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ คือ “เป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบ
ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และดำเนินงานตามหลัก ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน” พร้อมประกาศพันธกิจใหม่ 4 ประการ ได้แก่ 1. สร้างรายได้จากธุรกิจยาสูบและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ
2. ขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 3. สร้างมูลค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่ายาสูบ และ 4. จัดการและดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม
ปีงบประมาณ 2569 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของ ยสท. และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางอนาคตองค์กรในระยะยาวอย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ ยสท. จะเร่งปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจ
จากการพึ่งพารายได้จากบุหรี่เพียงอย่างเดียว สู่การเป็นองค์กรที่มีการขยายธุรกิจที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งธุรกิจยาสูบ การส่งออก ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรม
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันในเวทีสากล ขณะเดียวกัน ยสท. จะดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG อย่างจริงจัง ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมยืนยันบทบาทขององค์กรในการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของรัฐในระยะยาว
ผู้ว่าการ ยสท. กล่าวทิ้งท้ายว่า ยสท. มุ่งมั่นที่จะ “พลิกเกมธุรกิจ” จากองค์กรที่เคยพึ่งพาตลาดบุหรี่เป็นหลัก สู่การเป็นองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การส่งออก และธุรกิจใหม่อย่างเป็นระบบ พร้อมเปลี่ยน “ปีแห่งความท้าทาย” ให้เป็น
“ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน” และ “ปีแห่งโอกาส” อย่างแท้จริง เพื่อวางรากฐานองค์กรให้พร้อมรับมือกับความผันผวนของอุตสาหกรรมยาสูบโลก และก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านยาสูบที่เติบโตบนฐานของความโปร่งใส ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนในทุกมิติ