วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 14:20 น.

เศรษฐกิจ

ปตท.ยกระดับธุรกิจ LNG สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก 

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 05.16 น.

ปตท.ยกระดับธุรกิจ LNG สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก 

 

ปตท.เดินหน้าธุรกิจLNG ตั้งเป้าเทรด LNG 15 ล้านตันในปี78 ระบุเร่งศึกษาร่วมทุนแหล่งผลิตLNGในตะวันออกกลางและสหรัฐฯ รองรับLNGไปทำตลาด 

 

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางกลยุทธ์กลุ่มปตท.มุ่งเน้นการทำธุรกิจลดคาร์บอนเพื่อความยั่งยืนควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยอดีตก๊าซธรรมชาติเป็น “เชื้อเพลิงช่วงเปลี่ยนผ่าน” (Transitional Fuel) ระหว่างฟอสซิลกับพลังงานสะอาด แต่ปัจจุบันก๊าซธรรมชาติได้กลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” หรือ Destination Fuel ที่ความสำคัญและยังมีความต้องการใช้ไปอีกนาน จากการประเมินพบว่าในปี 2573 ความต้องการใช้ก๊าซฯในตลาดโลกยังอยู่ในอัตราที่สูง โดยประมาณ70%ของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)มาจากทวีปเอเชีย ซึ่งประเทศไทยมีการนำเข้าLNG มาติดอันดับโลก หลังจากปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยลดลง

 

ทั้งนี้ ปตท.ยกระดับธุรกิจ LNG สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก โดยวางเป้าหมายเพิ่มการเทรดดิ้งLNGเพิ่มเป็นประมาณ 10 ล้านตันต่อปีในปี 2573 และขยายต่อเนื่องเป็นประมาณ 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578 โดยบริษัทมีแผนจะเข้าไปร่วมลงทุนในแหล่งผลิตLNGที่มีต้นทุนการผลิตราคาถูก อาทิ สหรัฐฯและตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยจะถือหุ้นน้อยประมาณ 5-10% เพื่อขอรับสิทธิ์ในการรับLNGไปทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมีการทำเทรดดิ้งต่างจากบริษัทเทรดเดอร์อื่นๆ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงาน LNG Scale Up เพื่อมาศึกษาการทำธุรกิจในต่างประเทศLNGและการลงทุนในแหล่งLNG ขณะที่ฝั่งดีมานด์จะเน้นตลาดศักยภาพสูงในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งยังมีความต้องการ LNG อย่างต่อเนื่อง


นายคงกระพัน กล่าวว่า  ในปี2568 หน่วยธุรกิจค้าระหว่างประเทศ ปตท. ได้เทรดดิ้งLNG แบบout-out รวมประมาณ 2.3 ล้านตันต่อปี ส่วนใหญ่มีการขายให้กับลูกค้าในแถบเอเชียตะวันออก โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าซื้อขาย LNGในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น ประมาณ 3.4 ล้านตัน โดยล่าสุดมีการลงนามสัญญาซื้อขายLNGไปแล้วประมาณ 2 ล้านตัน


อย่างไรก็ตามสำหรับหัวใจสำคัญของการเติบโตครั้งนี้คือ การใช้โมเดล “Asset Back” ซึ่งอาศัยจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐานที่ ปตท. สั่งสมมานาน ทั้งระบบท่อส่งก๊าซ คลังรับ-จ่าย LNG และประสบการณ์บริหารจัดการพลังงานมาต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดโลก ในเชิงซัพพลาย