วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 16:33 น.

เศรษฐกิจ

กทท. เปิดประตูการค้าหลักของประเทศต่อเนื่อง ยืนยันความพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.04 น.

กทท. เปิดประตูการค้าหลักของประเทศต่อเนื่อง ยืนยันความพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง 

 

 

 

 ว่าที่ร้อยตรีรัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า “กทท. มีบทบาทสำคัญในการดูแลให้การขนส่งสินค้าทางน้ำของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในทุกด้าน ทั้งความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการพื้นที่ท่าเรืออย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการขนส่งและความต้องการของลูกค้าและผู้ประกอบการได้อย่างเหมาะสม

 

ปัจจุบันท่าเรือในกำกับดูแลของ กทท. ทั้งท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือระนอง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน และท่าเรือเชียงของ ยังคงเปิดให้บริการแก่เรือสินค้าและผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานสากล โดยได้มีการติดตามสถานการณ์การปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดในทุกพื้นที่ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานของประเทศ”

 

ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 75 กทท. ยังเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3, โครงการพัฒนาท่าเรือบก, การพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพกับทางพิเศษบางนา–อาจณรงค์ (S1) รวมถึงโครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าท่าเรือกรุงเทพและศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport & Distribution Center) ฯลฯ ขณะเดียวกัน กทท. ยังมีโครงการพัฒนาท่าเรือฝั่งตะวันตกเป็นท่าเรืออัตโนมัติและการผลักดันเส้นทางขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยใช้ท่าเรือระนอง เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ เสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทยในระดับภูมิภาค

 

กทท. พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเสริมพลังอนาคตประเทศไทยผ่านระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ควบคู่การพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเติบโตของภาคการค้าระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมั่นคง อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเวทีการค้าโลกต่อไป