วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 16:27 น.

เศรษฐกิจ

ราช กรุ๊ป โชว์ผลดำเนินงานปี68แข็งแกร่ง

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.20 น.

ราช กรุ๊ป โชว์ผลดำเนินงานปี68แข็งแกร่ง

 

 

ราช กรุ๊ป ประกาศกำไร 6,220 ล้านบาทในปี 2568 จัดสรรเงินปันผลผู้ถือหุ้น 3,480 ล้านบาท หุ้นละ 1.60 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ 

 

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประกาศผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ จำนวน 6,220 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เป็นจำนวน 15,322 ล้านบาท การนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติเงินปันผลประจำปี 2568 สำหรับผู้ถือหุ้น เป็นเงินจำนวน 3,480 ล้านบาท (หุ้นละ 1.60 บาท) คิดเป็น 55.94% ของกำไรปี 2568 โดยจะนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติในวันที่ 23 เมษายน 2569 และคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

ปี 2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้รวม จำนวน 35,919 ล้านบาท โดยมีรายได้หลักจากกลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า จำนวน 33,641 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน94% ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก จำนวน 28,542 บาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน จำนวน 5,099 บาท ส่วนกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและอื่นๆ สามารถสร้างรายได้ในปีนี้ เป็นจำนวน 2,278 ล้านบาท คิดเป็น 6 %ของรายได้รวม 

นายนิทัศน์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 ยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งโดยทำกำไรเพิ่มขึ้น 1.5% เทียบกับปี 2567 และเป็นการก้าวผ่านความท้าทายจากผลกระทบของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนราชบุรีที่หยุดการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าครบอายุเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมราชบุรี กำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,175 เมกะวัตต์ ยังคงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การดำเนินงานของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ยังได้มุ่งเน้นที่การบริหารจัดการสินทรัพย์ โดยเป็นกลยุทธ์หลักที่บริษัทฯ ใช้ขับเคลื่อนเพื่อสร้างมูลค่าและการเติบโตขององค์กร ซึ่งปรากฏผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมสะท้อนได้จากประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งค่าเฉลี่ยความพร้อมจ่ายการผลิต (Equivalent Availability Factor) โรงไฟฟ้าหลักของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ในระดับ 90% อีกทั้งยังมีการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับทิศทางกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทฯ และบริบทของธุรกิจพลังงานของแต่ละประเทศ 

ในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยการลงทุนในระยะสั้นและระยะกลางนอกจากโครงการพลังงานทดแทนแล้ว บริษัทฯ ได้พิจารณาโครงการเชื้อเพลิงหลักที่อยู่ในแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นลำดับควบคู่กับความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยจะใช้วิธีเข้าซื้อหุ้นโครงการที่ดำเนินงานอยู่แล้วเป็นหลัก 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาและลงทุนเกี่ยวกับพลังงานในอนาคต ได้แก่ เชื้อเพลิงอากาศยานอย่างยั่งยืน ไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียว รวมทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพต่างๆ เพื่อให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมทรัพยากรทั้งด้านการเงินและบุคลากรไว้พร้อมสรรพเต็มที่ ทำให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของปีนี้จะยังคงเติบโตได้อย่างมั่นคงและสามารถสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนต่อไป

นายนิทัศน์ กล่าวว่า   สำหรับฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 238,004 ล้านบาท หนี้สินรวม 130,357 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 107,646 ล้านบาท สำหรับอัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 10.75% และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน อยู่ที่ 1.21 เท่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก (งวดเดือนมกราคม - มิถุนายน 2568) จำนวน 1,740 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นละ 0.80 บาท จึงคงเหลือเงินปันผล จำนวน 1,740 ล้านบาท คิดเป็น 0.80 บาทต่อหุ้น ที่จะดำเนินการจ่ายภายหลังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม ศกนี้