วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569 16:37 น.

เศรษฐกิจ

พาณิชย์หารือบิ๊กค้าปลีก-ซัพพลายเออร์ เตรียม Kick Off โครงการ ‘ไทยช่วยไทย ดูแลค่าครองชีพ’  ขนทัพสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกหั่นและตรึงราคาช่วยประชาชน 

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งหามาตรการรับมือผลกระทบเศรษฐกิจจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง เรียกถกผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) พร้อมซัพพลายเออร์ยักษ์ใหญ่และสมาคมการค้า เร่งคัดและจัดรายการสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ทั้งกลุ่ม House Brand และแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน

  เมื่อวันที่ 23มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นประธานกับนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ในการประชุมหารือแนวทางการสนับสนุนสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้สั่งการให้หาแนวทางดูแลค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งมีราคาเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ 69.37 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล เป็น 112.19 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล (20 มีนาคม 2569) รวมถึงค่าเงินบาทที่เริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากค่าเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ 31.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 32.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตสินค้าจะมีต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้เชิญหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จํากัด บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จํากัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จํากัด บริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จํากัด บริษัท สหพัฒนพิบูล จํากัด (มหาชน) บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จํากัด (มหาชน) บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) บริษัท น้ำมันพืชไทย จํากัด (มหาชน) บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) และบริษัท ข้าวมาบุญครอง จํากัด เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อดำเนินโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ โดยจะกำหนดแนวทางในการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยแนวคิดของมาตรการในครั้งนี้ คือ การลดหรือตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นความต้องการที่จะดูแลทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นไปที่สินค้ากลุ่ม House Brand ของห้างร้าน และสินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์รอง (Second-tier Brand) ของผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของประเทศเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าของประชาชน โดยแบ่งกลุ่มสินค้าเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และยาสีฟัน สินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง เป็นต้น โดยโครงการนี้คาดว่า จะเริ่มภายในเดือนเมษายน และมีระยะเวลาดำเนินการเบื้องต้นราวประมาณ  2 เดือน

 ในสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบกับทุกประเทศทั่วโลก กรมฯ ขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ ขอให้ตรึงราคาสินค้าและจัดโปรโมชันตามปกติ เนื่องจากสินค้ายังคงเป็นสต็อกเดิมหรือเป็นวัตถุดิบเดิมที่มีอยู่ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และพิจารณาจัดสรรสินค้าแบรนด์ทางเลือกในราคาพิเศษเพื่อส่งต่อไปยังร้านค้าส่ง-ปลีก ห้าง Modern Trade ให้พิจารณานำสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกออกวางจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ ในส่วนของสมาคมและหอการค้า อาทิ สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย หอการค้าไทย สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย และ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ขอให้ช่วยแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์และเชิญชวนสมาชิกเข้าร่วมมาตรการตรึงราคาให้ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้า

 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งในกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าราคาประหยัดไปถึงมือประชาชนทั่วทุกภูมิภาค เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการส่งข้อมูลรายการสินค้าที่จะปรับลดราคามายังกรมฯ ภายในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อรวบรวมและขับเคลื่อนมาตรการให้เกิดผลโดยเร็วที่สุด” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวส่งท้าย
 #superDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์