วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 18:32 น.

เศรษฐกิจ

กฟผ. ยกระดับ UGT Platform เสริมศักยภาพธุรกิจไทย ด้วยไฟฟ้าสีเขียวมาตรฐานสากล

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 00.04 น.

กฟผ. ยกระดับ UGT Platform เสริมศักยภาพธุรกิจไทย ด้วยไฟฟ้าสีเขียวมาตรฐานสากล

 

กฟผ. เดินหน้าพัฒนา UGT Platform แพลตฟอร์มกลางในการบริหารจัดการไฟฟ้าสีเขียว ยกระดับความโปร่งใสตามมาตรฐานสากล สนับสนุนภาคธุรกิจไทยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น “พลังงานสะอาด” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะ “การเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน” และระบบบริหารจัดการ “สิทธิสีเขียว” หรือ EACs (Energy Attribute Certificates) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ในปี 2568 ประเทศไทยได้เริ่มเดินหน้า "การให้บริการไฟฟ้าสีเขียว" หรือ UGT (Utility Green Tariff) อย่างเป็นทางการ นับเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของอาเซียนที่พัฒนากลไกดังกล่าว เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงองค์กรที่ตั้งเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ตามแนวทาง RE100

โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.   UGT1 การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทสามารถเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวได้ โดยไม่ต้องเลือกแหล่งผลิตไฟฟ้าเป็นการเฉพาะ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้จัดสรรโรงไฟฟ้าพลังน้ำเดิมจำนวน 7 แห่ง เพื่อรองรับการให้บริการ โดยค่าบริการจะคำนวณจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติรวมกับค่า Premium ที่คิดตามหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่ผู้ใช้บริการประสงค์ใช้บริการ ระยะเวลาสัญญา 1 ปี

 

2.   UGT2 การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา คือ การให้บริการไฟฟ้าสีเขียวแก่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่และกิจการเฉพาะอย่าง ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถระบุเจาะจงแหล่งที่มาได้ โดยเจาะจงกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ (Portfolio) ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวม 245 แห่ง อัตราค่าบริการเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนด และมีระยะเวลาสัญญา 10 ปี

 

 

ในฐานะหน่วยงานร่วมพัฒนาและดำเนินการ UGT ของประเทศ กฟผ. ได้พัฒนา UGT Platform ขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับบริหารจัดการไฟฟ้าสีเขียวในรูปแบบ Bundled RECs ซึ่งผู้ใช้บริการจะได้รับทั้งพลังงานไฟฟ้าและใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือ REC (Renewable Energy Certificate) รวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าเดียวกัน สามารถนำไปใช้ประกอบการรายงานและอ้างอิงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต Scope 2 ตามมาตรฐาน Greenhouse Gas Protocol (GHG Protocol) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

มั่นใจได้ด้วยระบบจับคู่หน่วยพลังงานไฟฟ้าที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

 

สำหรับหัวใจสำคัญที่ทำให้ UGT Platform ของ กฟผ. ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล คือ การใช้ระบบจับคู่หน่วยผลิตและการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมนำส่งบริการในรูปแบบ Bundled RECs ซึ่งทำให้มีความโดดเด่นในหลากหลายด้าน ได้แก่

  • ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) สามารถติดตามข้อมูลตั้งแต่แหล่งผลิตไฟฟ้าจนถึงการส่งมอบใบรับรอง REC ให้แก่ผู้ใช้บริการ
  • ป้องกันการนับสิทธิ์ซ้ำซ้อน (Anti-Double Counting) ด้วยระบบควบคุมที่รัดกุม ทำให้ใบรับรอง REC แต่ละหน่วยมีผู้ถือครองสิทธิ์เพียงรายเดียว
  • กำกับดูแลได้อย่างโปร่งใส (Regulatory Oversight) เปิดให้ กกพ. ในฐานะผู้กำกับดูแล สามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลและกระบวนการดำเนินงานได้ในทุกขั้นตอน
  • ยืนยันความถูกต้องจากหลายหน่วยงาน (Multi-Party Verification) การจับคู่พลังงานไฟฟ้าต้องผ่านการยืนยันข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก่อนการออกใบรับรอง

 

 

ตอกย้ำมาตรฐานสากลด้วยรางวัล REM Asia Awards

 

ความสำเร็จของ UGT Platform ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยล่าสุดได้รับรางวัล 2026 REM Asia Awards จากเวที Renewable Energy Markets Asia ณ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 8 นวัตกรรมเด่นของตลาดพลังงานหมุนเวียนในเอเชีย จากความโดดเด่นด้านการพัฒนาระบบ Bundled RECs ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

 

(ภาพจาก https://www.renewableenergymarkets.com/asia/2026-awards)

 

 

การพัฒนา UGT Platform ของ กฟผ. ไม่ใช่เพียงการสร้างระบบบริหารจัดการไฟฟ้าสีเขียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของประเทศ ช่วยตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวของภาคธุรกิจไทยอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน กระตุ้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่ และเป็นอีกกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต