เศรษฐกิจ
เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญชี้ภารกิจ “กรรมการสรรหา กสทช.” สิ้นสุดเมื่อสรรหาเสร็จ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ภารกิจ “กรรมการสรรหา กสทช.” สิ้นสุดเมื่อสรรหาเสร็จ ตั้งคำถามอำนาจตรวจคุณสมบัติ “ประธาน กสทช.” หลังแต่งตั้ง
จากกรณีปมอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อกังขาทางกฎหมายอีกครั้ง หลังมีความเคลื่อนไหวเปิดรับข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ทั้งที่ๆ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้เสนอรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกให้วุฒิสภาเห็นชอบจนกระทั่งได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ไปตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2565 หรือเป็นเวลากว่า 4 ปีมาแล้ว แต่เหตุใดในภายหลังคณะกรรมการสรรหาฯ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2569 นี้ เพื่อพิจารณาในเรื่องที่น่าจะดำเนินการไปตั้งแต่ปี 2565 แล้วหรือไม่ คำถามสำคัญของเรื่องนี้ อาจไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ แต่อยู่ที่ว่า คณะกรรมการสรรหายังมีอำนาจตามกฎหมายที่จะกลับมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวหรือไม่ หลังจากกระบวนการสรรหาได้ดำเนินไปจนเสร็จสิ้น ทั้งการเสนอรายชื่อ การให้ความเห็นชอบโดยวุฒิสภา และการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน
แหล่งข่าวจากวงการกฎหมายตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีสถานะเป็นกลไกเฉพาะในกระบวนการก่อนการแต่งตั้ง มิใช่องค์กรถาวรที่มีอำนาจต่อเนื่องในการตรวจสอบหรือทบทวนคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแล้ว เพราะตามกฎหมายได้บัญญัติกรอบที่จะใช้อำนาจไว้อย่างชัดเจน
ข้อสังเกตดังกล่าวมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อย้อนดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 25-27/2555 ซึ่งเคยวางหลักเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ไว้ โดยศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า คณะกรรมการสรรหาถูกกำหนดขึ้นเฉพาะเมื่อมีเหตุที่ต้องมีการเลือกและแต่งตั้งกรรมการ เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการโดยวิธีการสรรหา เสนอต่อวุฒิสภาพิจารณาลงมติ
สาระสำคัญของคำวินิจฉัยดังกล่าวอยู่ที่ถ้อยคำว่า “เมื่อการดำเนินการสรรหาเสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจของคณะกรรมการสรรหาในครั้งนั้นก็สิ้นสุดลง” ซึ่งสะท้อนชัดว่าอำนาจของคณะกรรมการสรรหามีขอบเขตจำกัดอยู่ในช่วงของกระบวนการสรรหาเท่านั้น
นอกจากนี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยังระบุว่า “ไม่ปรากฏว่ามีบทบัญญัติอื่นใดกำหนดให้คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่ในทางบริหาร หรือเป็นที่ปรึกษา หรือเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช.” ดังนั้น ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่กำลังนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือ ขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการสรรหาหลังการแต่งตั้งเสร็จสิ้นแล้วอยู่ตรงไหน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงเข้าข่ายเป็นการก้าวล่วงหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. หรือไม่
ขณะเดียวกัน อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ ที่มาของการนำเรื่องดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมในครั้งนี้ แม้จะมีการอ้างว่าเป็นการดำเนินการภายหลังมีหนังสือส่งเรื่องจากหน่วยงานธุรการที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีคำถามว่า การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นจากฐานอำนาจตามกฎหมายโดยตรง หรือเป็นผลสืบเนื่องจากข้อร้องเรียนและข้อมูลที่ถูกส่งเข้ามาจากบุคคลหรือกลุ่มภายนอก ซึ่งมีจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. มาอย่างต่อเนื่อง ปมดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตา ว่าบรรทัดฐานสำคัญของกระบวนการสรรหากรรมการ กสทช. ซึ่งมีแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 211 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติไว้นั้น จะถูกนำมาพิจารณาโดยคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.อย่างไร
สำหรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นบรรทัดฐานสำคัญในเรื่องดังกล่าว สามารถศึกษาฉบับเต็มได้ที่ https://www.constitutionalcourt.or.th/occ_web/ewt_dl_link.php?nid=7881
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » เศรษฐกิจ
ข่าวในหมวดเศรษฐกิจ ![]()
“พิพัฒน์” เปิดใช้ถนน 4 เลน สายแยก ทล.4103 - ถนนพุทธภูมิ หนุนศก.-ท่องเที่ยวของภาคใต้ 16:32 น.- SCGD ปลื้มได้รับคัดเลือกเข้าสู่ทำเนียบ ESG Emerging List 16:30 น.
- กรมพัฒนาธุรกิจฯ ออนทัวร์ จ.ขอนแก่น ยกระดับร้านค้าโชห่วย สู่ค้าปลีกยุคใหม่ พร้อมชวนสมัคร ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60/40’ ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านค้าปลีกท้องถิ่น 13:15 น.







