เศรษฐกิจ
“เขื่อนวชิราลงกรณ” สายน้ำแห่งพระราชปณิธานที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินไทย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“เขื่อนวชิราลงกรณ” สายน้ำแห่งพระราชปณิธานที่หล่อเลี้ยงแผ่นดินไทย
ท่ามกลางขุนเขาและผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี "เขื่อนวชิราลงกรณ" หนึ่งใน 7 เขื่อนพระนามของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนหยัดทำหน้าที่ดูแลสายน้ำและผลิตไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน บทบาทของเขื่อนแห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและไฟฟ้า หากยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสืบสานพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา และต่อยอด" เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในเดือนมหามงคลแห่งการเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 การย้อนมองเรื่องราวของเขื่อนพระนามแห่งนี้ จึงเป็นโอกาสอันเป็นมงคลในการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมรำลึกถึงพระราชปณิธานที่สะท้อนผ่านการพัฒนาทรัพยากรน้ำ พลังงานไฟฟ้า และคุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ก่อนจะเป็นที่รู้จักในนาม "เขื่อนวชิราลงกรณ" ดังเช่นปัจจุบัน เขื่อนแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นในชื่อ "เขื่อนเขาแหลม" เขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2529 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนอย่างเป็นทางการ
ต่อมาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม "เขื่อนวชิราลงกรณ" ตามพระนามาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของชาว กฟผ. ที่พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานมาสานต่อผ่านภารกิจในการดูแลทรัพยากรน้ำ ผลิตไฟฟ้า และสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา เขื่อนวชิราลงกรณได้ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นแหล่งกักเก็บน้ำและผลิตไฟฟ้า เพราะในทุกหยดน้ำที่กักเก็บไว้ คือความมั่นคงของการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร และระบบชลประทาน ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตได้ คือพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของผู้คน เขื่อนยังมีบทบาทในการบรรเทาอุทกภัย ผลักดันน้ำเค็ม ขับไล่น้ำเสีย ตลอดจนส่งเสริมอาชีพประมง การคมนาคมทางน้ำ และการท่องเที่ยวในพื้นที่

ด้วยความจุอ่างเก็บน้ำกว่า 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนวชิราลงกรณนับเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ลำดับที่ 4 ของประเทศไทย มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำกำลังผลิตรวม 300 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้เฉลี่ยปีละประมาณ 777 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภารกิจของเขื่อนวชิราลงกรณไม่ได้สิ้นสุดที่การบริหารจัดการน้ำและพลังงานไฟฟ้า หากยังขยายผลสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง "โคก หนอง นา โมเดล" ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ตามศาสตร์พระราชา ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและการใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมปลูกป่า ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และป้องกันไฟป่าโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและต้นน้ำให้คงอยู่สืบไป


ไม่เพียงเท่านี้ เขื่อนวชิราลงกรณยังต่อยอดสู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขของประชาชน ผ่าน "สวนสุขภาพสราญจิต" ซึ่งกระทรวงพลังงานและ กฟผ. ร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ให้เป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย พักผ่อน และทำกิจกรรมร่วมกันของประชาชน สอดคล้องกับพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพสกนิกร
ภายในสวนยังมีสนามจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ สนามจักรยานขาไถ และสนามจักรยานปั๊มแทร็ก ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตรฐานของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) และได้รับการสนับสนุนจากสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยที่ผ่านมาได้ใช้เป็นสนามแข่งขันจักรยานระดับชาติและนานาชาติหลายรายการ รวมถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
.jpg)
บนรากฐานของการสร้างความมั่นคงด้านน้ำและพลังงานไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน เขื่อนวชิราลงกรณยังเดินหน้าต่อยอดสู่การเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาดของประเทศ ผ่านแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ชุดที่ 1 กำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บพลังงาน รองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593
จากวันแรกที่เริ่มต้นภารกิจ สู่บทบาทที่เติบโตเคียงคู่การพัฒนาประเทศ และก้าวต่อไปในอนาคต "เขื่อนวชิราลงกรณ" ยังคงยืนหยัดเป็นเสาหลักแห่งความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและพลังงานไฟฟ้าของประเทศ พร้อมสานต่อภารกิจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน สมดังพระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา และต่อยอด" เพื่อความผาสุกของพสกนิกรไทยตราบนานเท่านาน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » เศรษฐกิจ
ข่าวในหมวดเศรษฐกิจ ![]()
“นภินทร” รมต.ประจำสำนักนายกฯ นำทัพเปิด Thai Street Gold Star Roadshow 3 จังหวัดต้นแบบ 16:52 น.- กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ จัดยิ่งใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ 74 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 13:54 น.
- กระทรวงพาณิชย์ ร่วมปฏิบัติการ กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ สนธิกำลังกวาดล้าง “นอมินี” จังหวัดกระบี่ เดินหน้าตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ยกระดับปราบธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมาย 12:01 น.








