เศรษฐกิจ
ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าของไทย เดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัวในอัตราชะลอลง จากแรงหนุนของภาคการผลิตโลก และการลงทุนด้าน AI
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.)เผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนมิถุนายน 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกัน
ของปีก่อนขยายตัวในอัตราชะลอลง จากการที่ภาคการผลิตโลกยังคงขยายตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ประกอบกับความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารในตลาดโลกยังอยู่ในระดับดี ภาวะอุปทานตึงตัวในสินค้าบางประเภท ราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูง และการลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ดัชนีราคาส่งออกเดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 114.7 ขยายตัวในอัตราชะลอลง ร้อยละ 3.1 (YoY)
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากหลายประเทศได้เร่งนำเข้าสินค้าในช่วงก่อนหน้า เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตโลกยังคงขยายตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้าน AI และ Data Center ประกอบกับสินค้าเกษตรและอาหารยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ส่งผลให้ราคาส่งออกปรับสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 31.5 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 7.4 จากการสูงขึ้นของราคาผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าว ตามภาวะอุปทานตึงตัว ประกอบกับความต้องการจากตลาดต่างประเทศที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.0 จากราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น และการปรับสูงขึ้นของราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงแผงวงจรไฟฟ้า ตามความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับอุตสาหกรรม AI และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.1 จากการเพิ่มขึ้นของราคาไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ตามต้นทุนวัตถุดิบ และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง
ดัชนีราคานำเข้า เดือนมิถุนายน 2569 เท่ากับ 126.9 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวในอัตราชะลอลง ร้อยละ 10.0 (YoY)
โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยังขยายตัว เพื่อรองรับการผลิตและส่งออก ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 30.2 จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป แม้ราคาจะชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังขยายตัวสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 9.1 จากราคาทองคำ ที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน ตามความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย อุปกรณ์ ส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการสินค้าเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัล สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามความต้องการใช้เป็นวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และปุ๋ย ตามต้นทุนวัตถุดิบปุ๋ยในตลาดโลกปรับสูงขึ้น หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 5.9 จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ และเครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ตามต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงความต้องการสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.2 จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับยกระดับเทคโนโลยีการผลิต และระบบสาธารณสุขไทย และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 2.5 จากส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก รถยนต์นั่ง และส่วนประกอบและอุปกรณ์จักรยานยนต์ และรถจักรยาน ตามความต้องการยานยนต์และชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีสูง โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบขับเคลื่อนสมัยใหม่ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบและการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนกรกฎาคม 2569 คาดว่าขยายตัว แต่ในอัตราชะลอลงเล็กน้อย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ภาวะอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบสำคัญหลายประเภทที่ยังตึงตัว 2) ต้นทุนการผลิตและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตร อาหาร พลังงาน โลหะ และทองคำยังสูงกว่าปีก่อน และ 3) ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ด้าน AI และ Data Center ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้ความต้องการวัตถุดิบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แร่เทคโนโลยี และโลหะสำคัญยังอยู่ในระดับดี ซึ่งจะช่วยพยุงราคาสินค้าในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1) การเพิ่มขึ้นของอุปทานสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดที่อาจกดดันราคาสินค้า 2) อุปทานพลังงานโลกที่เพียงพอ และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานอ่อนตัวลง 3) การชะลอการเร่งสะสมสต็อกวัตถุดิบและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 4) เศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง ตลอดจนความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าและข้อจำกัดทางภาษีของประเทศเศรษฐกิจหลัก อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น การค้าโลก และความต้องการวัตถุดิบของภาคการผลิตในระยะต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








