วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 14:40 น.

เศรษฐกิจ

“อนุทิน” ควง “พิพัฒน์” ร่วมสักขีพยาน MOU เซ็นสัญญา2โครงการ สร้างสะพานเชื่อมทะเลใต้ 

วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 18.38 น.

“อนุทิน” ควง “พิพัฒน์” ร่วมสักขีพยาน MOU เซ็นสัญญา2โครงการ สร้างสะพานเชื่อมทะเลใต้ 

 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสตีเฟน เอ็น. นเดกวา ว่าที่ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ (World Bank) และผู้บริหารระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบ สงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา - ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ขับเคลื่อนสู่ระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อการ พัฒนาที่สมบูรณ์ โดยมีนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผู้แทนกิจการร่วมค้า CMC ผู้แทนบริษัท CHEC CONSTRUCTION (M) SDN.BHD สัญชาติมาเลเซีย ร่วมลงนามในสัญญาจ้าง

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากนโยบาย ของรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างโอกาส ให้ประเทศมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย  ทั้งนี้ ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มอบหมายให้ดำเนินการภารกิจที่สำคัญทั่วประเทศ อันจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสำหรับในพื้นที่ภาคใต้วันนี้ได้มีการจัดพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการ ก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572 ทั้งนี้ จากคาดการณ์ประมาณจราจร 25,000 คัน/ปี ที่ใช้บริการซึ่งมีความเป็นไปได้ที่มีปริมาณรถที่ข้ามเกาะลันตา

 

 

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท  (ทช.)  กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลัง ใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70-30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก ร้อยละ 70 และเงินงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 30 เพื่อดำเนินโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา - ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน นับตั้งแต่วันแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ประมาณช่วงปลายปี2569

 

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา - ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อม ระหว่าง จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยช่วยลดระยะทางประมาณจาก 80 กิโลเมตร  เหลือประมาณ 7 กิโลเมตร ถือว่าจะลดระยะเวลาเดินทางเหลือ 10นาที  ซึ่งสะพานดังกล่าวจะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 4 เมตร ไหล่ทางกว้างด้านละ 2.5 เมตร รูปแบบโครงสร้างสะพาน ประกอบด้วยส่วนของ สะพานช่วงหลักที่มีความยาวช่วงสะพานยาวเป็นพิเศษ ยาวที่สุด 140 เมตร โดยรูปแบบสะพานช่วงหลักที่มีความ เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดช่องลอดของกรมเจ้าท่า คือ สะพานแบบคานขึง และส่วนของสะพานช่วงต่อเชื่อม ทั้งสองข้างของสะพานช่วงหลัก มีรูปแบบเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ช่วงความยาวสะพานประมาณ 40 เมตร โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 4,604 ล้านบาท นอกจากนี้ โครงสร้างเสาสะพาน หลักได้ออกแบบราวสะพานให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ทำให้สะพาน แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คเพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย

 

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลานั้น กรมทางหลวงชนบทและธนาคารโลก (World Bank) ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและผลกระทบโดยรอบบริเวณพื้นที่โครงการ ก่อสร้างซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ควบคู่กับการอนุรักษ์โลมาอิรวดี และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลา โดยกรมทางหลวงชนบทยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาเป็นโครงการต้นแบบในการพิจารณาแนวทางการดำเนินการก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลมาอิรวดีที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา รวมถึง ยังได้หาแนวทางร่วมกับ กรมประมง ในการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง และการฟื้นฟูทรัพยากรประมง เพื่อให้โครงการก่อสร้าง สอดรับกับวิถีชีวิต ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

ในส่วนของโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง - ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ จะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร มีความกว้างของโครงสร้างสะพาน 13.50 เมตร ซึ่งโครงสร้างสะพานหลัก ออกแบบเป็นสะพานแบบคานจึง มีช่วงความยาวที่ยาวที่สุด 200 เมตร ส่วนโครงสร้างสะพานรอง ออกแบบเป็นสะพาน แบบคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ก่อสร้างโดยวิธีคานยื่นสมดุล รวมระยะทางทั้งสิ้น 2.240 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการ ก่อสร้างรวม 1,781 ล้านบาท ในปัจจุบันประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้แพขนานยนต์ข้ามไปยังเกาะลันตาน้อย ก่อนเดินทางผ่านสะพานสิริลันตาเข้าสู่เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งแพขนานยนต์ไม่เพียงพอต่อปริมาณการเดินทาง ส่งผลให้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลานานในการรอข้ามฟากนานที่สุดราว 2 ชั่วโมง หากสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลจากเดิมต้องใช้เวลาราวเกือบ 3 ชั่วโมง เหลือ 2 นาที สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็วหากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ช่วยสนับสนุน การบริหารจัดการทรัพยากรบนเกาะที่มีอย่างจำกัด และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยในการเดินทางได้อย่างเต็มศักยภาพ