เศรษฐกิจ
จาก “ของดีชุมชน” สู่ “ผลิตภัณฑ์พร้อมขาย” กฟผ. ปั้นผู้ประกอบการตัวจริงเกือบ 50 ราย พร้อมชวนชอปโค้งสุดท้าย ถึง 7 ก.ย. นี้ ที่เซ็นทรัล เวสต์วิลล์
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
จาก “ของดีชุมชน” สู่ “ผลิตภัณฑ์พร้อมขาย”
กฟผ. ปั้นผู้ประกอบการตัวจริงเกือบ 50 ราย พร้อมชวนชอปโค้งสุดท้าย ถึง 7 ก.ย. นี้ ที่เซ็นทรัล เวสต์วิลล์
จากหน่อไม้ที่เหลือจากกระบวนการผลิต สู่ขนมขบเคี้ยวมูลค่าเพิ่ม จากจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ สู่ข้าวเกรียบ ไปจนถึงเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ได้รับเครื่องหมายอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ สิ่งเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของ “ของดีชุมชน” ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น แต่กำลังถูกพัฒนาให้ก้าวไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ซึ่งถูกนำมาจัดจำหน่ายในงาน “ตลาดนัดเอนจี้ เลเวลอัพของดีชุมชน กฟผ.” ระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ จ.นนทบุรี
เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสถาบันอาหาร ภายใต้โครงการการพัฒนาขีดความสามารถของกิจการชุมชน กฟผ. เพื่อสร้างความได้เปรียบของผลิตภัณฑ์ชุมชน พร้อมแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหาร ระยะที่ 2 ซึ่งดำเนินการระหว่างปี 2567–2569 ซึ่งตลอดโครงการ เกิดการพัฒนากิจการชุมชนกว่า 49 ชุมชน จาก 23 จังหวัด ครอบคลุม 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2.3 ล้านบาท
จาก “ทำผลิตภัณฑ์” สู่โจทย์สำคัญ “ผลิตแล้วขายให้ใคร?”
เมื่อพูดถึงการพัฒนาชุมชน หลายคนอาจนึกถึงการสนับสนุนอาชีพหรือการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ แต่ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การมีผลิตภัณฑ์ที่ดีอาจไม่เพียงพอ หากผู้ผลิตยังตอบไม่ได้ว่า “ผลิตแล้วขายให้ใคร?”
นี่คือหนึ่งในโจทย์สำคัญที่ กฟผ. พบจากการทำงานร่วมกับชุมชน เพราะแม้หลายพื้นที่จะมีวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพ แต่ก็ยังขาดความรู้ด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ การตั้งราคา การบริหารต้นทุน และการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ กฟผ. จึงปรับแนวทางการส่งเสริมชุมชนจากการสนับสนุนเพื่อสร้าง “รายได้เสริม” ไปสู่การพัฒนาศักยภาพอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิดการพัฒนาชุมชนจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ประกอบการ”

นางธิดาวรรณ แสวงการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. มุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงร่วมกับสถาบันอาหารเดินหน้าโครงการดังกล่าว เพื่อยกระดับศักยภาพชุมชนรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า และระบบส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การประยุกต์ใช้นวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนามาตรฐานการผลิตและเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ชุมชนสามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการแข่งขันได้อย่างแท้จริง
“สิ่งที่ กฟผ. ต้องการไม่ใช่เพียงการทำให้ชุมชนผลิตผลิตภัณฑ์ได้ แต่ต้องการให้ชุมชนสามารถก้าวไปเป็นผู้ประกอบการที่เข้าใจตลาด บริหารต้นทุน พัฒนาผลิตภัณฑ์ และแข่งขันได้ด้วยตัวเองในระยะยาว”
ไม่ใช่แค่ “ของดี” แต่ต้อง “ขายได้”
การพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้จบอยู่ที่การปรับสูตรหรือออกแบบบรรจุภัณฑ์ แต่ครอบคลุมตั้งแต่มาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยอาหาร การสร้างแบรนด์ การตั้งราคา การทำบัญชีต้นทุน ไปจนถึงการตลาดยุคใหม่และการเชื่อมโยงกับตลาดจริง
กฟผ. และสถาบันอาหารได้นำแนวคิด Waste to Value มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรหรือเศษจากกระบวนการผลิตมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยลดของเสียพร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและสร้างโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่ชุมชน อาทิ การนำเศษหน่อไม้จากกระบวนการผลิตมาพัฒนาเป็นขนมทานเล่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำนมเม็ดมะม่วงหิมพานต์ การผลิตทองม้วนจากเศษทองม้วน รวมไปถึงการนำจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่มาผลิตเป็นข้าวเกรียบ

ขณะเดียวกัน ยังมีการเชื่อมโยงผู้ประกอบการชุมชนเข้าสู่ตลาดจริงผ่านกิจกรรม Business Matching นำชุมชนเข้าร่วมทดสอบตลาดในงานแสดงผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ เช่น ThaiFlex, Tops ท้องถิ่น ห้างสรรพผลิตภัณฑ์ในเครือเซ็นทรัล เดอะมอลล์ รวมถึงช่องทางจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันภายใต้โครงการส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดใช้พลังงาน โดยใช้สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นช่องทางจัดจำหน่าย ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ไปถึงมือผู้บริโภคได้อีกทางด้วย

ยกระดับด้านมาตรฐานให้ของดีท้องถิ่น
อีกหัวใจสำคัญของการพัฒนาคือการทำให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้มากขึ้น นางสาวนุชจรินทร์ เกตุนิล ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมอาหาร สถาบันอาหาร กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนเป็นอย่างดี และช่วยสร้างความตื่นตัวในการยกระดับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการสร้างแบรนด์และการตลาดยุค AI

จากการพัฒนาดังกล่าว ทำให้ชุมชนกล้าปรับตัวสู่ยุคตลาดออนไลน์และตลาดการค้าในระดับสากลมากขึ้น ผลิตภัณฑ์หลายรายการถูกยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามเทรนด์ตลาด อาทิ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่ผ่านการรับรองสัญลักษณ์อาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ หรือลำไยอบแห้งที่ได้รับการพัฒนาให้มีอายุการเก็บรักษายาวนานขึ้น โดยทุกผลิตภัณฑ์ยังได้รับการตรวจรับรองคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยอาหารจากห้องปฏิบัติการของสถาบันอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

“ตลาดนัดเอนจี้ฯ” พาของดีชุมชนมาให้ชอปถึงที่
จากการพัฒนาหลังบ้าน สู่การเปิดตลาดหน้าบ้านให้ผู้บริโภคได้สัมผัสผลิตภัณฑ์จริง กฟผ. และสถาบันอาหารจึงจัดงาน “ตลาดนัดเอนจี้ เลเวลอัพของดีชุมชน กฟผ." รวม 10 ร้านค้าจากวิสาหกิจชุมชนต้นแบบรอบเขื่อน โรงไฟฟ้า และระบบส่งไฟฟ้า กฟผ. มาไว้ใจกลางศูนย์การค้า

ภายในงานมีผลิตภัณฑ์จากชุมชนหลากหลายชนิดให้เลือกซื้อ ทั้งน้ำพริกลาบพร้อม กล้วยตากอบกรอบรสต้มยำ น้ำผึ้งสติ๊กบรรจุซองพร้อมดื่ม ปลาส้มสายเดี่ยว รวมถึงผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมากที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผสานนวัตกรรมและมาตรฐานการผลิตสมัยใหม่ พร้อมกิจกรรม Showcase ผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ และ Workshop สาธิตการปรุงอาหารจากวัตถุดิบชุมชนจากเชฟผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นถึงศักยภาพของวัตถุดิบท้องถิ่นที่สามารถนำมาต่อยอดได้มากกว่าที่คิด

งาน “ตลาดนัดเอนจี้ เลเวลอัพของดีชุมชน กฟผ.” เปิดให้เข้าชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ถึงวันที่ 7 กันยายนนี้ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ จ.นนทบุรี โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 35,000 บาทต่อบูท
เพราะ “พลัง” ของชุมชน เป็นสิ่งสำคัญ
ภารกิจของ กฟผ. อาจเป็นการผลิตไฟฟ้าและดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แต่พื้นที่การดำเนินงานของ กฟผ. ครอบคลุมทั้งเขื่อน โรงไฟฟ้า และระบบส่งไฟฟ้าที่อยู่ท่ามกลางชุมชนจำนวนมาก ซึ่งแต่ละพื้นที่ล้วนมีทรัพยากร วัตถุดิบ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ การพัฒนาชุมชนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการสร้างรายได้ แต่คือการสร้าง “ความสามารถในการเติบโต” ให้กับคนในพื้นที่

จากผู้ผลิตที่มีของดีอยู่ในมือ สู่ผู้ประกอบการที่รู้จักตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์เป็น และสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง นี่คืออีกมิติของการสร้างพลังให้กับชุมชน ที่ กฟผ. มองว่าเดินไปพร้อมกับความมั่นคงทางพลังงานได้
เพราะเมื่อชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








