เศรษฐกิจ
เอสซีจี ชูโมเดล Public–Private–People Partnership
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เอสซีจี ชูโมเดล Public–Private–People Partnership
เอสซีจี ชูโมเดล Public–Private–People Partnership (4P) ผ่าน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” รวมพลังรัฐ เอกชน และประชาชน ขับเคลื่อน Inclusive Green Transition

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เริ่มต้นจากโจทย์ลดคาร์บอนในธุรกิจปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยาก เอสซีจีจึงพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอนในกระบวนการผลิต เช่น การใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหินเกือบ 50% และการลดอุณหภูมิในกระบวนการผลิต โดยยังคงประสิทธิภาพ ความแข็งแรง และความทนทานของผลิตภัณฑ์”
จากการลงมือในระดับธุรกิจ เอสซีจีขยายความร่วมมือสู่ระดับอุตสาหกรรมผ่านสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และจังหวัดสระบุรีพัฒนา “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมการจัดการขยะ การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้การลดคาร์บอนสร้างประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สุขภาพ คุณภาพชีวิต และรายได้ของคนในพื้นที่
สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับคัดเลือกเข้าร่วม World Economic Forum – Transitioning Industrial Clusters Initiative และได้รับนำเสนอเป็นกรณีศึกษาจากอาเซียนใน WEF White Paper 2026 พร้อมขยายความร่วมมือกับ Princeton University, GCCA และ UNIDO ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนสีเขียว
“การได้รับการยอมรับในระดับโลกถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เป้าหมายต่อไปคือการนำบทเรียนจากโมเดลความร่วมมือ Public–Private–People Partnership (4P) ของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมทดลองและพัฒนาเทคโนโลยี รูปแบบการทำงาน และกฎระเบียบ เพื่อสร้างแนวทางที่ใช้ได้จริง และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำทั่วประเทศ” นายธรรมศักดิ์กล่าว
กรณีศึกษาสระบุรีแซนด์บ็อกซ์สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่สามารถขับเคลื่อนได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยโมเดล Public–Private–People Partnership (4P) ที่เปิดให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ทดลองแนวทาง และแก้ไขอุปสรรคให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการใช้ Area-based Approach เพื่อเปลี่ยนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถขยายผลได้ในระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่








