วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 12.47 น.
“ของเด็ดจากชุมชนทั่วไทยอยู่ใกล้กว่าที่คิดที่ PTT Station”
จากกล้วยน้ำว้าพิจิตร ถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงผ้าหมักน้ำนมข้าวจากระยอง “ไทยเด็ด” กำลังทำให้ของดีประจำถิ่นเดินทางออกจากชุมชน มาเจอกับคนซื้อได้ง่ายขึ้น
เวลาขับรถไปต่างจังหวัด หลายคนยังไม่ทันถึงที่หมายก็เริ่มคิดแล้วว่า “แถวนี้มีอะไรอร่อย” หรือขากลับจะซื้ออะไรติดรถกลับบ้านดี ของกินบางอย่างเราจำชื่อจังหวัดได้แม่นกว่าสถานที่เที่ยวเสียอีก บางร้านต้องขับออกนอกเส้นทางเพื่อไปซื้อ บางอย่างต้องรอฝากเพื่อน และของดีอีกจำนวนไม่น้อย ต่อให้อยากลองก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน ความจริงแล้ว แต่ละจังหวัดมีสินค้าน่าสนใจอยู่มาก เพียงแต่ระยะทางระหว่าง “คนทำ” กับ “คนซื้อ” อาจไกลกันเกินไปหน่อย
“ไทยเด็ด” จึงเข้ามาอยู่ตรงกลางของระยะทางนั้น
โครงการไทยเด็ดของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่หลายคนอาจเคยเห็นชื่อหรือโลโก้อยู่ใน PTT Station มีแนวคิดตรงไปตรงมา คือใช้พื้นที่และเครือข่ายที่มีอยู่ เพิ่มช่องทางให้สินค้าของวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้เดินทางออกจากพื้นที่ไปเจอผู้บริโภคมากขึ้น
วันนี้มีสินค้าไทยเด็ดประมาณ 1,200 รายการ ตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ เครื่องแต่งกาย สินค้ารักษ์โลก ไปจนถึงสินค้าเพื่อสุขภาพ และมีจุดจำหน่ายรวม 437 แห่ง ทั้งใน PTT Station, Jiffy และมุมไทยเด็ดใน Café Amazon รวมถึงช่องทางออนไลน์
แต่ถ้าอยากรู้ว่า “ไทยเด็ด” เด็ดอย่างไร ลองเริ่มจากสินค้าแต่ละชิ้นและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง

กล้วยที่เริ่มต้นจากวันที่กล้วยขายไม่ออก
“กล้วยติดหนึบ” จากจังหวัดพิจิตรเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากการคิดว่าจะทำขนมอะไรใหม่ แต่เกิดจากปัญหากล้วยน้ำว้าล้นตลาดและราคาตกต่ำ กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่องของชุมชนจึงถูกนำมาต่อยอด จากภูมิปัญญาการแปรรูป ผสมกับการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบพาราโบลาโดม จนกลายเป็นกล้วยเนื้อเหนียวนุ่ม ใช้ความหวานจากตัวกล้วยเอง โดยไม่เติมน้ำตาล เกลือ หรือวัตถุปรุงแต่ง
จากโจทย์วันนั้นว่า “กล้วยที่มีอยู่จะขายอย่างไร” วันนี้มันกลายเป็นสินค้าที่คนอีกจังหวัดหนึ่งสามารถหยิบใส่ตะกร้าได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิต สร้างงาน และเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่
ถั่วลายเสือ ที่ไม่ต้องรอไปถึงแม่ฮ่องสอน
อีกตัวอย่างคือ ถั่วลายเสือจากแม่ฮ่องสอน วัตถุดิบ GI ของจังหวัดที่ปลูกบนพื้นที่สูงกว่า 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีจุดเด่นที่เมล็ดกรอบแน่นและรสหวานตามธรรมชาติ ก่อนนำมาคั่วด้วยวิธีพื้นบ้านและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ ในหนึ่งปีมีการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่กว่า 135 ตัน และสร้างงานให้คนในชุมชนบ้านกุงไม้สักกว่า 30 คน พอได้รู้ว่าถั่วถุงนั้นที่เราหยิบมากินระหว่างขับรถมีเรื่องราวชองชาวบ้านในชุมชนอยู่ในเส้นทางก่อนมาถึงมือเราก็ทำให้ถั่วถุงนี้มีความหมายมากวว่าของเล่นระหว่างทาง
สินค้าชุมชน ไม่ได้แปลว่าต้องหน้าตาเหมือนของฝาก
ถ้าได้ลองเข้ามาทำความรู้จักกับสินค้าไทยเด็ดมากขึ้นจะพบว่าหลายชิ้นอาจต่างจากภาพจำของคำว่า “สินค้าชุมชน”
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ ผ้าหมักน้ำนมข้าวจากระยอง ที่นำรวงข้าวในระยะน้ำนมมาพัฒนาเป็นกระบวนการหมักผ้า จนได้เนื้อผ้าที่นุ่ม เบาสบาย และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ พร้อมเชื่อมการผลิตไปยังกลุ่มหัตถกรรมกระจูดและกลุ่มตัดเย็บผ้าผู้พิการในพื้นที่
หรือของใกล้ตัวอย่าง ยาดมตราฉุย ที่นำสมุนไพรไทยมาทำใหม่ ตั้งแต่ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ไปจนถึงกลิ่นหลากหลาย ทั้งกุหลาบ ดอกบัว ตะไคร้ มะกรูด มะลิ และใบเตย
ของท้องถิ่นจึงไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ ภูมิปัญญาที่มีอยู่สามารถถูกนำมาคิดต่อ ออกแบบใหม่ และกลายเป็นของที่คนวันนี้อยากหยิบมาใช้ได้

เมื่อคุณค่าจากชุมชน เดินทางไปได้ไกลขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก การทำสินค้าให้ออกมาดีเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การพาสินค้าไปอยู่ในที่ที่คนเห็นและมีโอกาสซื้อ เป็นอีกเรื่องที่ไม่ง่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยเด็ดเข้ามาเชื่อมต่อ โดย OR นำเครือข่าย PTT Station และช่องทางต่าง ๆ ที่มีอยู่ เช่น Café Amazon, ร้านสะดวกซื้อ Jiffy และช่องทาง Online เช่น Thailand PostMart มาช่วยเพิ่มพื้นที่จำหน่ายให้กับสินค้าที่ผ่านการคัดเลือก พร้อมสนับสนุนการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ยังสอดคล้องกับแนวคิด “โออาร์ เติมโอกาสดีดีดี” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะด้าน “เติบโตดี” ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ผ่านการนำจุดแข็งและเครือข่ายธุรกิจของ OR มาช่วยเปิดตลาดให้สินค้าท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น
โดยในปี 2567 ไทยเด็ดสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนรวมกว่า 280 กว่าชุมชน มองอีกแบบหนึ่ง ตัวเลขนี้เกิดจากเรื่องง่าย ๆ คือ มีคนทำของดี และมีพื้นที่ทำให้คนซื้อได้เจอของดีเหล่านั้น
ไม่ต้องซื้อเพราะอยาก “ช่วย” ก็ได้
เวลาเล่าเรื่องสินค้าชุมชน เรามักได้ยินคำว่า “ช่วยอุดหนุน” อยู่เสมอแต่บางที สินค้าไทยอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยคำนี้ ถ้ากล้วยอร่อย เราก็ซื้อเพราะอร่อย ถั่วกินเพลินก็ซื้อไว้กิน ผ้าสวยก็อยากใช้ หรือเห็นของชิ้นไหนเหมาะกับคนที่บ้าน ก็หยิบกลับไปฝาก เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าสินค้าชุมชนจะเติบโตได้ในระยะยาว สิ่งสำคัญคงไม่ใช่การทำให้คนรู้สึกว่า “ควรซื้อ” แต่คือการทำของให้ดีพอจนคน “อยากซื้อ” ส่วนการซื้อครั้งนั้นจะสร้างรายได้ให้เกษตรกร สร้างงานในชุมชน หรือทำให้ภูมิปัญญาบางอย่างยังมีคนสานต่อ ก็เป็นคุณค่าอีกชั้นหนึ่งที่ตามมา
นี่อาจเป็นความหมายของคำว่า “ไทยเด็ด” ที่เข้าใจง่ายที่สุด
ของดีที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในชุมชน
แต่คือของไทยที่อยากให้ลองดูว่า...มันเด็ดตรงไหน
ครั้งหน้าที่แวะ PTT Station เพื่อเติมน้ำมัน ซื้อกาแฟ หรือพักรถ ลองเผื่อเวลาอีกสักนิดแล้วมองหามุมไทยเด็ดดู อาจได้ของกินติดรถกลับบ้านหนึ่งถุง ของฝากอีกหนึ่งชิ้น หรือเจอของดีจากจังหวัดที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ เพราะของดีจากทั่วไทย ไม่ได้อยู่ไกลเสมอไป บางชิ้นอาจอยู่ใน PTT Station ที่เราแวะเป็นประจำก็ได้
ไทยเด็ด พื้นที่ของเด็ด ของคนไทย