วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:19 น.

การศึกษา

สวทช.เพิ่มมูลค่าผ้าทอล้านนา ใช้นวัตกรรมเสริมจุดเด่น ราคาพุ่งเท่าตัว

วันอังคาร ที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562, 09.37 น.

สวทช.เพิ่มมูลค่าผ้าทอล้านนา ใช้นวัตกรรมเสริมจุดเด่น ราคาพุ่งเท่าตัว

 

 

กลุ่มผ้าทอฯ ลำพูน ประยุกต์ใช้งานวิจัย สร้างจุดเด่นให้กับผ้าทอล้านนา ตั้งแต่กระบวนการผลิตเส้นฝ้ายสู่ผ้าทอมือพื้นเมืองคุณภาพ ภายหลังจากสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) หน่วยงานในสังกัดสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัย  ได้แก่ เทคโนโลยีเอนไซม์ เทคโนโลยีพิมพ์สกรีนผ้าด้วยสีธรรมชาติ และเทคโนโลยีสิ่งทอนาโน ช่วยกลุ่มผ้าทอจังหวัดลำพูน ต่อยอดการผลิตผ้าทอล้านนาจากภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์ลวดลายเฉพาะตัว ให้มีจุดเด่นทั้งในด้านคุณภาพของเส้นใย เนื้อผ้าที่ละเอียด การพิมพ์สกรีนผ้าด้วยสีธรรมชาติ และคุณสมบัติพิเศษด้านนาโนฯ เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ผ้าทอล้านนาให้เหมาะกับการใช้งานได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า สร้างรายได้ให้กลุ่มผ้าทอฯ เพิ่มขึ้น

                

 

นางสาววิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ได้ลงพื้นที่ติดตามผลจากผู้ประกอบการกลุ่มผ้าทอ จ.ลำพูน ที่ได้รับการถ่ายทอดงานวิจัย ภายใต้โครงการ “การจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับสิ่งทอพื้นเมือง” ณ บ้านหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง และบ้านก้อทุ่ง ต.ก้อ อ.ลี้ จังหวัดลำพูน

                

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากโครงการสร้างผู้นำชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สิ่งทอนาโนภาคเหนือ ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ครอบคลุม 6 จังหวัด  ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง น่าน พะเยา และ ลำพูน โดย สวทช. ต้องการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ผู้นำชุมชน  เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สิ่งทอพื้นเมือง ได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถที่จะนำไปถ่ายทอดต่อให้กับชุมชนหรือเครือข่ายของตนเองได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ระหว่างกลุ่มได้ ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีผู้นำชุมชนที่ได้เข้าร่วมโครงการจำนวน 20-25 คนต่อจังหวัด 

 

 

นางสาววิราภรณ์  กล่าวว่าพื้นที่จังหวัดลำพูนได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก สวทช. และประสบความสำเร็จ มีการนำงานวิจัยไปขยายผล ได้แก่ บ้านหนองเงือก อ.ป่าซาง โดยผู้นำกลุ่มได้เข้าร่วมโครงการสร้างผู้นำถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยี กับ สวทช. เพื่อแก้ปัญหาผ้าฝ้ายที่แข็งกระด้าง  เพิ่มการสะท้อนน้ำ ลดการปนเปื้อน ลดการซักล้าง ,ป้องกันยูวี ,ยับยั้งแบคทีเรีย, ให้กลิ่นหอม ด้วยเทคโนโลยีควบคุมการปล่อยกลิ่นหอมติดนาน ,นุ่มลื่น รีดง่ายยับยาก ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมืองให้เป็นผ้าฝ้ายที่มีคุณสมบัติพิเศษ ช่วยแก้ไขปัญหาผ้าฝ้ายได้ตรงจุด ปัจจุบันชาวบ้านในหมู่บ้านหนองเงือก  นำองค์ความรู้มาประยุกต์และสร้างผลิตภัณฑ์นาโนที่หลากหลาย สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้สนับสนุนหมู่บ้านหนองเงือก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีวิถีชีวิตและภูมิปัญญาเกี่ยวกับผ้าฝ้ายทอมือ ซึ่งเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเปิดมุมมองใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือปฏิบัติ สัมผัสขั้นตอนการผลิตผ้าทอมือที่ประยุกต์เข้ากับนวัตกรรมวิจัยล้ำยุคได้อย่างลงตัว

 

นอกจากนี้ สวทช. ได้ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน  คัดเลือกชุมชน บ้านก้อทุ่ง อ.ลี้ เพื่อเป็นพื้นที่ขยายผลจากชุมชนต้นแบบบ้านหนองเงือก ในการพัฒนาชุมชนเป้าหมายในจังหวัดลำพูน  โดย สท. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคเหนือตอนบน (ศวภ.1) และ  ศูนย์วิชาการเทคโนโลยีสิ่งทอพื้นบ้าน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับเส้นใยฝ้ายทอมือ ให้มีขนาดที่เล็กลง และทำให้เส้นฝ้ายมีหลายสีผสมกัน ทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลดวัตถุดิบลง ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างน่าทึ่ง และสามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้น อีกทั้งยังได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนเข้ากับผลิตภัณฑ์ผ้าทอยกดอกฝ้ายสีธรรมชาติให้มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มทอผ้าฯ อีกด้วย

 

“ทั้งสองหมู่บ้านยังได้นำเทคโนโลยีอื่นๆ ของ สวทช. ไปปรับใช้ในกระบวนการผลิต เช่น “เอนไซม์เอนอีซ (ENZease)” เอนไซม์อัจฉริยะ ทูอินวัน ซึ่งผลิตได้จากการหมักเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีจุดเด่นสำคัญคือ ไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพความแข็งแรงของผ้า สามารถลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายได้พร้อมกันในขั้นตอนเดียว ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนในการผลิต และรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยถนอมคุณภาพของผ้าฝ้ายให้คงคุณภาพสูง ผ้าไม่ถูกทำลายเหมือนการใช้สารเคมี          

 

นอกจากนั้นยังมีการใช้เทคโนโลยีพิมพ์สกรีนผ้าด้วยสีธรรมชาติ ที่สวทช. พัฒนาสีให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการพิมพ์บนผ้าทอแทนการใช้สีเคมี ด้วยการคิดค้นวิธีการเตรียมสีให้อยู่ในรูปสารละลายเข้มข้น หรือผงพร้อมใช้ โดยขั้นตอนการพัฒนาเริ่มจากการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ใบลำไย เปลือกต้นสะเดา ดอกดาวเรือง นำมาต้มสกัดในน้ำและทำการระเหยจนได้น้ำสีสารละลายเข้มข้น แต่หากต้องการเก็บไว้ใช้ในรูปของผงสี ก็เพียงนำสีสารละลายเข้มข้น มาผ่านลมร้อนในเครื่อง สเปรย์ดราย ก็จะได้ผงสีพร้อมใช้ เป็นต้น” ผู้อำนวยการ สท. กล่าว

 

 

นางมาลี กันทาทรัพย์ ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายทอมือ - ผ้าฝ้ายนาโนบ้านหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน กล่าวว่า บ้านหนองเงือกเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมผูกพันกับอาชีพทอผ้ามายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่ผ้าทอพื้นเมืองมักจะมีปัญหาผ้าฝ้ายแข็งกระด้างผู้บริโภคไม่นิยมนำไปสวมใส่  ส่วนมากจะนำไปใช้เป็นหัตถกรรมสิ่งทอในครัวเรือน ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาในการผลิต วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายฯ จึงส่งแกนนำกลุ่มทอผ้าไปอบรมเทคโนโลยีกับทางสวทช. แล้วนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาต่อยอดปรับใช้กับการผลิตผ้าทอพื้นเมืองบ้านหนองเงือก เช่น การใช้คุณสมบัติพิเศษจากนาโนเทคโนโลยี มาเคลือบผ้าฝ้ายและตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วยแก้ปัญหาผ้าฝ้ายแข็งกระด้าง ให้มีความนุ่มลื่น ช่วยป้องกันสีซีดจาง สะท้อนน้ำ ยับยั้งแบคทีเรีย และมีกลิ่นหอมติดทนนาน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ช่วยแก้ไขปัญหาผ้าฝ้ายได้เป็นอย่างตรงจุด

 

ปัจจุบันกลุ่มผ้าทอบ้านหนองเงือก ได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์และสร้างผลิตภัณฑ์นาโนที่หลากหลาย ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลท่องเที่ยวประจำจังหวัดในงาน“ตำนานฝ้ายงามบ้านหนองเงือก” ช่วงเดือนเมษายนของทุกปี มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดลำพูนจำนวนมาก ส่วนลูกค้าที่สนใจผ้าทอที่เป็นนวัตกรรมนาโนก็เลือกซื้อผ้านาโนที่มีคุณสมบัติพิเศษโดยราคาก่อนเคลือบขายตัวละ 1,000 บาท เมื่อผ่านการเคลือบคุณสมบัตินาโนแล้ว ขายราคาตัวละ 1,500 บาท เป็นต้น  และมากกว่านั้นชาวหนองเงือกมีความคิดสร้างสรรค์ในการนำลวดลายดั้งเดิมมาประยุกต์ให้ทันยุคทันสมัยโดยการเพิ่มความสลับซับซ้อนและเล่นสีสันในลวดลาย เช่น ลายเกล็ดเต่าลูกอม ลายเกล็ดเต่าหมู่ ลายเกล็ดเต่าจิ๋ว ลายเกล็ดเต่าตา ลายดอกช้าง ลายดอกนก ลายดอกบัวเครือ ลายดอกขอลายไทย เป็นต้น ทำให้ลวดลายของฝ้ายทอมือบ้านหนองเงือกจึงมีความหลากหลายและทันสมัยอยู่เสมอ

 

 

นางกัลยาณี เกตุแก้ว ฝ่ายการตลาดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาอาชีพผู้สูงอายุบ้านก้อทุ่ง ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน กล่าวว่า บ้านก้อทุ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ที่ผ่านมา สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ได้เข้ามาอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น การปั่นเส้นด้ายฝ้าย โดยมีการปรับเส้นใยฝ้ายทอมือให้มีขนาดที่เล็กลง ทำให้เส้นฝ้ายมีหลายสีผสมกัน เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลดต้นทุน ทำให้กลุ่มทอผ้าฯ สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ผ้าพันคอ 3 สี เพิ่มมูลค่าสินค้าเป็นเท่าตัว และในอนาคตวางแผนไว้ว่าต้องการพัฒนาพื้นที่สำหรับปลูกฝ้ายสีออร์แกนิค เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องปัญหาสุขภาพของคนในชุมชนที่มีปัญหาสารเคมีตกค้าง และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูฝ้ายบานได้อีกด้วย

 

 

กลุ่มผ้าทอบ้านก้อทุ่ง ยังต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าทอยกดอกฝ้ายสีธรรมชาติซึ่งราคาขายเดิม 2,000 บาท/ผืน แต่หลังจากประยุกต์เทคโนโลยีนาโนเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับผลิตภัณฑ์ โดยเข้าร่วมกิจกรรมทดลองตลาดเคลือบผ้านาโนฟรีจำนวน 20 เมตร และเมื่อนำไปทดลองขายสามารถขายในราคา 4,000 บาท/ผืน ได้ผลตอบรับที่ดีมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีความแปลกใหม่จากคุณสมบัติพิเศษที่เพิ่มเติมเข้าไปในผ้าทอ ทำให้ผ้าสีสันคมชัด สวยงามมากขึ้น ผิวสัมผัสนุ่มลื่นขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของสินค้าดีขึ้น นับเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยให้กลุ่มผู้ทอพื้นเมืองในจังหวัดลำพูน มีความภูมิใจและมีอาชีพที่เข้มแข็งที่จะสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าพื้นเมืองแห่งล้านนาให้คงอยู่

 

จากความสำเร็จของโครงการดังกล่าวทำให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน เล็งเห็นความสำคัญและจะสนับสนุนตราสินค้า “ลำพูน แบรนด์” (Lamphun Brand) เพื่อให้ผ้าทอพื้นเมืองลำพูนที่ผสมผสานนวัตกรรมวิจัยสุดล้ำ จากสวทช.  เป็นหัตถอุตสาหกรรมซึ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ต่อไปในอนาคต

หน้าแรก » การศึกษา