วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 13:42 น.

การศึกษา

Smart City มข. นำ Digital Twin แผนที่ 3 มิติ ช่วยตำรวจซ้อมรับมือเหตุร้าย

วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 07.05 น.

Smart City มข. นำ  Digital Twin แผนที่ 3 มิติ ช่วยตำรวจซ้อมรับมือเหตุร้าย 

 

 

หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีแนวโน้มเผชิญกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อน ส่งผลให้ศูนย์ปฏิบัติการ Smart City หรือ SCOPC (Smart City Operation Center) มหาวิทยาลัยขอนแก่น เกิดแนวคิดการนำเทคโนโลยี Digital Twin แผนที่ 3 มิติ มาใช้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงได้ฝึกฝน เพิ่มศักยภาพในการป้องกันให้มีความปลอดภัยต่อทั้งผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน และ รับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดให้เกิดความแม่นยำมากที่สุด  

     

รศ.ดร.รวี  หาญเผชิญ  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ นักวิจัยศูนย์ปฏิบัติการ Smart City หรือ SCOPC (Smart City Operation Center) มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เปิดเผยว่า Digital Twin เป็นแผนที่ 3 มิติ ที่มีความละเอียดสูงเหมือนกับคู่แฝดเสมือนจริงของพื้นที่จริง ตำรวจจะเป็นผู้ให้โจทย์มา ต่อจากนั้นนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะเป็นผู้สร้างสถานการณ์จำลองลงไปในพื้นที่ในโมเดล และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปใช้ในการวางแผนระงับเหตุ ซึ่งตอนนี้ได้ทดลองนำไปใช้แล้วในหลายเหตุการณ์ เช่น ในกรณีที่มีการอารักขาผู้นำ รวมไปถึงบุคคลสำคัญระดับประเทศ จะใช้แผนที่ 3 มิติ ในการวางแผนกระจายกำลังและกำหนดจุดรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงสามารถใช้ในการวางแผนสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ โดยจะมีการสร้าง simulation เหมือนเกมลงไปในโมเดลเพื่อเป็นการจำลองสถานการณ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปวางแผนการปฏิบัติงานในแต่ละเหตุการณ์

 

 

ยหลักการการทำงานของเทคโนโลยี Digital Twin คือการทำสำเนาหรือแบบจำลองของสิ่งต่าง ๆ ทางกายภาพให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ทั้งในรูปแบบของภาพ และข้อมูล มีกลไกเชื่อมต่อกับวัตถุของจริงผ่านระบบเซ็นเซอร์ที่คอยเก็บข้อมูลสถานะทางกายภาพของวัตถุแบบ Real-time ทำให้แบบจำลองนั้นเป็นเสมือนการย้ายวัตถุไปไว้ในโลกดิจิทัล  ซึ่ง Digital Twin นั้นเป็นการผสมผสานของเทคโนโลยีหลายชนิด ได้แก่ เทคโนโลยีผลิตภาพ 3 มิติ หรือ VR และ AR ทำหน้าที่สร้างรูปร่างของวัตถุในโลกดิจิทัล เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ และ Internet of Things (IoT) ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกดิจิทัล รวมทั้งการอัพเดตข้อมูลแบบ Real-time เข้ามาใน Digital Twin เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Machine Learning เพื่อทำนายเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และ Software Analytics เพื่อดูแลการทำงานของซอฟต์แวร์ในระบบเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสื่อสารเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน เช่น Cloud, Edge Computing, Automation, และ ระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้เทคโนโลยีทั้งหมดทำงานร่วมกันได้ด้วยดี การผสานความอัจฉริยะเหล่านี้นำมาซึ่งความสามารถในการตรวจสอบสถานะของวัตถุอย่างละเอียด กระทั่งสามารถจำลองได้ว่า หากสภาพแวดล้อม หรือสถานะจุดใดจุดหนึ่งภายในตัววัตถุเปลี่ยนไป จะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้างกับวัตถุ กล่าวคือ ผู้ใช้งานสามารถจำลองสถานการณ์และทำนายความเป็นไปได้ในภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น

 

แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ตอบโจทย์การบริหารจัดการความเรียบร้อยของเมือง  แต่  Digital Twin กลับไม่ได้นำมาใช้งานกับภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างแรก เพราะจุดเริ่มต้นที่แท้จริงในการใช้งานเกิดจากความต้องการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มุ่งสร้างฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยในรูปแบบของแผนที่ 3 มิติ เพื่อที่จะได้ทราบทรัพยากรของมหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างละเอียด  โดย รศ.ดร.รวี ได้เผยว่าจุดเริ่มต้นของการนำ Digital Twin มาใช้ เกิดจากการที่ “มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ขานรับนโยบายโครงการสมาร์ทซิตี้จังหวัดขอนแก่น นำไปสู่การมีคณะกรรมการ Smart City รวมไปถึงการตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการ Smart City หรือ SCOPC (Smart City Operation Center) ขอนแก่น โดยศูนย์นี้มีท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นประธาน พร้อมด้วย รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ และ คณาจารย์จากหลากหลายคณะที่ทำงานร่วมกัน มีคณะกรรมการผู้ดูแลโครงการวิจัยต่าง ๆ มากมายเพื่อขับเคลื่อนให้ขอนแก่นเป็นเมืองอัจฉริยะตามวัตถุประสงค์

 

การนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้เป็นความต้องการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ต้องการสร้างฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยในรูปแบบของแผนที่ 3 มิติ และ ต้องการเปลี่ยนแผนที่ 3 มิติให้กลายเป็นข้อมูล ทำให้เห็นทรัพยากรของมหาวิทยาลัยขอนแก่นทั้งหมด ตั้งแต่ตัวตึก อาคารเรียน ไปจนถึงถนน เสาไฟฟ้า ถังขยะ โดยสามารถใช้แอพพลิเคชั่นเข้าไปทำงานควบคู่กับหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย รวมไปถึงสามารถจำลองพื้นที่ในการวางแผนสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ทำให้มองเห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น” รศ.ดร.รวี กล่าว

 

รศ.ดร.รวี กล่าวต่อไปว่า “เราตั้งเป้าหมายไว้ว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นจะเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่มีระบบดูแลทรัพยากรของตัวเอง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อคณะผู้บริหาร คณะอาจารย์ และนักศึกษา ร่วมไปถึงผู้ปกครองโดยเฉพาะผู้ปกครอง ควรที่จะได้รับรู้ว่ามหาวิทยาลัยมีอะไรบ้าง เขาสามารถดูได้ผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองที่จะส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าบุตรหลานที่เข้ามาเรียนจะมีชีวิตที่สะดวกสบายและปลอดภัย ความคืบหน้าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการสแกนพื้นที่ของทางมหาวิทยาลัยคาดว่าจะสามารถนำไปใช้ได้จริงในปีหน้า” 

 

 

Email ข่าวการศึกษา เยาวชน ศิลปวัฒนธรรม  saowaporn@hotmail.com   และ  bat_mamsao@ yahoo.com

 

หน้าแรก » การศึกษา