วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 17:48 น.

การศึกษา

"อ.สันติศึกษา มจร" แนะสันติภายในไม่มีเพศ ทุกเพศสามารถเข้าถึงได้

วันอังคาร ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 08.53 น.

วันที่ 7 ธันวาคม  2564 ที่ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน อำเภอเขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  พระปราโมทย์ วาทโกวิโท,ดร. อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า มหาจุฬาฯให้โอกาสคนทุกเพศภาวะเพื่อการเข้าถึงด้วยการมาศึกษาเรียนรู้ภายในตนเองผ่านเครื่องมือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อพัฒนาสันติภายในเพศที่สนใจใส่ใจมากเป็นพิเศษในการฝึกปฏิบัติคือ เพศหญิง สตรีผู้เป็นเพศแม่ ไม่ใช่ว่าผู้หญิงมีความทุกข์กว่าผู้ชายจึงหันมาปฏิบัติมากกว่า แต่ผู้หญิงมองว่านี่คือโอกาสในการเข้าถึงความพ้นทุกข์ตามแนวทางพระพุทธเจ้า จึงมีสตรี แม่ชี สามเณรี เด็กผู้หญิง ภิกษุณี เข้ามาฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน อันเป็นฐานสู่ความพ้นทุกข์สร้างสัรติภายใน พัฒนาสู่การเข้าถึงพระนิพพาน

จึงตั้งคำถามว่า เสน่ห์ของสตรีอยู่ที่ใดในมิติของพระพุทธศาสนา  เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าพระพุทธเจ้าให้โอกาสสตรีในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา ทำให้สตรีมีบทบาทสำคัญในการรักษาพระพุทธศาสนา เรียกว่า อุบาสิกา เราจึงเห็นบทบาทของสตรี ในการเป็นผู้นำด้านการสร้างสันติภาพในระดับชุมชน องค์กร สังคม ประเทศโลก ซึ่งสตรีที่ทำงานด้านพระพุทธศาสนา เห็นสตรีมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงเป็นเสน่ห์อย่างยิ่ง เพราะ #เสน่ห์ของสตรีคือการมีสตินำไปสู่การมีสันติในเรือนใจ ทำให้นึกถึงสตรีในพระพุทธศาสนา เช่น สุชาดา วิสาขา และภิกษุณีล้วนแต่เป็นโอกาสในการเข้าถึงพระพุทธศาสนา สตรีบางท่านทุกข์ที่สุดในชีวิตด้วยการพลัดพราก เช่น พระนางกีสาโคตมี ทำให้เกิดการช๊อคชีวิตจึงเปลี่ยนMindset ตนเองเข้าสู่การพ้นทุกข์บวชเป็นภิกษุณีในเวลาต่อมา
 
อย่าลืมว่า บุคคลที่ทำท่าทีมีศาสนา กับ กับ บุคคลมีศาสนาเข้าถึงศาสนา ย่อมมีความแตกต่างกันในวิถีของการฝึกปฏิบัติ จงมีคำกล่าวว่า #ผู้ใดปฏิบัติตามคำสอนผู้นั้นคือเจ้าของศาสนา ศาสนาจึงอยู่ในใจของทุกคน นักสันติภาพต้องมองเห็นความดีในตัวคนอื่น  ถ้ามองไม่เห็นสันติภาพไม่เกิด เพราะการกดคนอื่นลงต่ำเราจะขึ้นสูงได้อย่างไร ทำให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาให้โอกาส ถ้าย้อนไปถึงอินเดีย #สตรีสามารถจะเลือกสามีได้ว่าจะเลือกใครเป็นสามี ใช้ธรรมเนียมให้เกิดธรรมะ ผู้ชายอินเดียจึงต้องทำตัวดีๆ ขยันทำมาหากิน ไม่ทำตัวลักษณะ #โง่กว้างฉลาดแคบ

กรณีสตรีนางสุชาดาไปขอลูกกับเทวดาแสดงถึงความพร้อมที่จะมีลูก มิใช่แค่พร้อมจะมีสามีเท่านั้น แต่พร้อมถึงขนาดมีลูก ด้วยการมาขอพรกับเทวดา #มีความพร้อมจะเป็นแม่ประกาศความยิ่งใหญ่กว่าเป็นเมีย นางสุชาดาไปขอเทวดามีการล็อคสเปกลูกก่อนจะล็อคสเปกสามี #มีความพร้อมเป็นแม่จึงรับภาระเป็นเมีย  สันติศึกษาไปถึงรากเหง้าของความมีสันติภาพในชีวิต เริ่มจาก #สตรีต้องเน้นความเป็นแม่มากกว่าเป็นเมีย ต้องเริ่มสันติตั้งแต่การให้เกิด ทำบุญจิตผ่องใสตั้งใจจะเป็นแม่ ขอให้ลูกข้าพเจ้าเป็นคนดี คุณภาพของพระ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการเกิด มีแม่สักคนตั้งจิตอธิษฐานขอให้เป็นพระพุทธเจ้าหรือแม่ของพระอรหันต์  ผู้ชายอินเดียจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากๆ ผู้หญิงลำบากพอแต่งงานถึงจะสบาย ผู้ชายจะดูแล นางสุชาดาจึงเป็นสตรีต้นแบบในการเตรียมตัวเป็นแม่มากกว่าเตรียมตัวเป็นเมีย 

ดังนั้น สตรีบางคนจึงเลือกทางเดินของชีวิตด้วยการเข้ามาบวชเป็นภิกษุณี เป็นโอกาสในการเข้าถึงพระรัตนตรัย โดยสมัยพุทธกาลบางท่านเข้ามาเพราะศรัทธาในวิธีการของพระพุทธศาสนาในการนำตนให้พ้นทุกข์ การนำตนมาเป็นเครื่องมือสักการะบูชาพระพุทธเจ้าโดยเอารูปนามของตนเป็นเครื่องสักการะพระพุทธเจ้า เป็นการปฏิบัติบูชายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จึงมีคำกล่าวว่า #ทำเพื่อพระพุทธเจ้าไม่ได้ไม่มีทำเพื่อพระศาสดาไม่มีไม่ได้ผู้ใดปฏิบัติตามคำสอนผู้นั้นคือเจ้าของศาสนาอย่าทำเป็นผู้ทำท่ามีศาสนา ไม่ว่าจะเป็นเพศใดๆ สามารถนำตนให้เข้าถึงสันติสุข อันหมายถึง คำสอนทางพระพุทธเจ้าสู่มรรค ผล นิพพานต่อไป 

หน้าแรก » การศึกษา