วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 03:51 น.

การศึกษา

"มินอ่องหลาย" ถวายสมณศักดิ์ที่ “อภิธชมหารัฐคุรุ” สมเด็จพระมหาธีราจารย์

วันอาทิตย์ ที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2566, 21.19 น.

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม,กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พร้อมคณะประกอบด้วย รับการถวายสมณศักดิ์ที่ “อภิธชมหารัฐคุรุ”  โดยมี พลเอกมิน อ่อง หลาย ผู้นำสูงสุดของพม่า ถวายการต้อนรับ

โดยคณะที่เดินไปด้วยคือ พระเทพวัชราจารย์ ที่ปรึกษาประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูต ฯ พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ,พระโสภณวชิราภรณ์ ผช.เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม,พระสุธีวชิรปฎิภาณ ผช.เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพน ฯ พร้อม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ/รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ,นายสิปป์บวร แก้วงาม ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม  

ทั้งนี้พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยูรวงศาวาส , กรรมการมหาเถรสมาคม พระภิกษุไทยที่เคยรับการถวายสมณศักดิ์ระดับ “อัครมหาบัณฑิต” ได้กล่าวเกี่ยวกับสมณศักดิ์ของคณะสงฆ์พม่าว่า  “ สำหรับสมณศักดิ์ของพม่ากับของไทยนั้นมีส่วนที่เหมือนกันคือมีจุดเริ่มมาจากประเทศศรีลังกา โดยสมณศักดิ์ พม่าในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกแบ่งได้เป็น ชั้นต้น ชั้นกลาง และชั้นสูง ในกลุ่มนี้จัดได้หลัก ๆ ด้วยกัน 3 สาย คือ สายวิชาการ สายเผยแผ่ และสายกรรมฐาน ในแต่ละสายแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ดังนี้

1.สายวิชาการ เรียกว่า คัณธะวาจะกะ แปลว่า ผู้สอนพระคัมภีร์หรือตำรา สมณศักดิ์นี้มอบทั้งแก่พระสงฆ์และแม่ชีและฆราวาสทั่วไป
            ชั้นต้น เรียกว่า มูละคัณธะวาจะกะ
            ชั้นกลาง เรียกว่า มหาคัณธะวาจะกะ
            ชั้นสูง เรียกว่า อัครมหาคัณธะวาจะกะ
2.สายเผยแผ่ เรียกว่า สัทธัมมโชติกะ แปลว่า ผู้ประกาศพระสัจธรรม สมณศักดิ์นี้มอบทั้งแก่พระสงฆ์และแม่ชีและฆราวาสทั่วไป
            ชั้นต้น เรียกว่า มูละสัทธัมมโชติกะ
            ชั้นกลาง เรียกว่า มหาสัทธัมมโชติกะ
            ชั้นสูง เรียกว่า อัคคมหาสัทธัมมโชติกะธะชะ
3.สายกรรมฐาน เรียกว่า กัมมัฏฐานาจริยะ แปลว่า อาจารย์สอนกรรมฐาน สมณศักดิ์นี้มอบแก่พระสงฆ์เท่านั้น
          ชั้นต้น เรียกว่า มูละกัมมัฏฐานาจริยะ
          ชั้นกลาง เรียกว่า มหากัมมัฏฐานาจริยะ
         ชั้นสูง เรียกว่า อัคคมหากัมมัฏฐานาจริยะ
กลุ่มที่ 2 เป็นสมณศักดิ์ชั้นสูงที่สุดจริงๆ ที่มีมาจากเดิมจนถึงปัจจุบัน จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น
        1.ชั้นต้น เรียกว่า  ตรีปิฏกธร แปลว่า ผู้ทรงจำพระไตรปิฏก ( ผู้ที่สามารถท่องพระไตรปิฏกได้ทั้ง 3 ปิฏก )
        2.ชั้นกลาง เรียกว่า อัครมหาบัณฑิต พระเถระที่จะได้สมณศักดิ์ชั้นนี้ต้องมีอายุอย่างน้อย 60 ปี
        3.ชั้นสูงสุด เรียกว่า อภิธชมหารัฐคุรุ แปลว่า บรมครูแห่งแผ่นดินผู้ซึ่งชูธงแห่งพระศาสนา ผู้ที่จะได้รับสมณศักดิ์ชั้นนี้จะเป็น พระสังฆราช หรือ สมเด็จพระราชาคณะผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะได้ และจะต้องมีอายุอย่างน้อย 80 ปี
      ดังนั้น เมื่อสรุปดูแล้วสมณศักดิ์ของพม่าไม่ค่อยเกี่ยวกับการปกครอง ซึ่งต่างจากสมณศักดิ์ของไทย ที่มีเงื่อนไขว่า ใครจะได้สมณศักดิ์ก็จะต้องเป็น พระสังฆาธิการ ระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสขึ้นไป โดยคณะสงฆ์พม่ายกอำนาจการปกครองคณะสงฆ์ให้กับ องค์กรสูงสุดของคณะสงฆ์ในพม่าที่เรียกว่า สังฆมหานายกสมาคม ซึ่งก็คือ มหาเถรสมาคมของพม่า ในสมาคมนี้มีกรรมการทั้งหมด 47 รูป..”

สำหรับสมณศักดิ์ชั้นสูงสุดของรัฐบาลพม่า “อภิธชมหารัฐคุรุ” ได้เคยถวายให้กับสมเด็จพระสังฆราชของไทย  3   พระองค์ คือ หนึ่ง  สมเด็จพระสังฆราชเจ้า  กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และ สอง สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร และล่าสุด เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคม 2565 ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลพม่า เฝ้าถวายสมณศักดิ์ชั้นสูงสุด “อภิธชมหารัฐคุรุ” แด่ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” สมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบันด้วย

ที่มา - https://thebuddh.com/

หน้าแรก » การศึกษา