วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569 04:14 น.

การศึกษา

แนะปฏิรูปคณะสงฆ์ไทยรับมือยุค AI  หนุนโมเดลสังฆะอัจฉริยะ พัฒนา SanghaGPT

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.07 น.

วิเคราะห์ปฏิรูปคณะสงฆ์ไทยรับมือยุค AI ถอดบทเรียนจาก Satya Nadella – Larry Fink บนเวทีดาวอส สู่โมเดล "สังฆะอัจฉริยะ"

ท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างโลกอย่างรวดเร็ว สถาบันศาสนาซึ่งเคยถูกมองว่าอยู่นอกโลกเทคโนโลยี กำลังเผชิญโจทย์สำคัญด้าน “การปรับตัวเชิงโครงสร้าง” โดยเฉพาะคณะสงฆ์ไทยซึ่งมีบทบาททั้งทางศาสนา สังคม และวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง

รายงานการวิเคราะห์เชิงนโยบายฉบับล่าสุด ได้นำกรอบแนวคิดของ Satya Nadella ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Microsoft และ Larry Fink ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BlackRock ซึ่งถูกนำเสนอในเวที World Economic Forum (WEF) 2026 มาประยุกต์ใช้เป็นเลนส์ในการประเมินอนาคตของคณะสงฆ์ไทยในยุค AI โดยเสนอแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “สังฆะอัจฉริยะ” (Smart Sangha)

จาก “อธิปไตยขององค์กร” สู่ “อธิปไตยของคณะสงฆ์”
รายงานชี้ว่า แนวคิด “Sovereignty of a Firm” ของ Satya Nadella ซึ่งเน้นว่าองค์กรต้องเป็นเจ้าขององค์ความรู้และข้อมูลของตนเอง มิฉะนั้นจะสูญเสียอำนาจการกำหนดอนาคต สามารถนำมาปรับใช้กับคณะสงฆ์ไทยได้โดยตรง

ในบริบทของสงฆ์ “องค์ความรู้ที่ฝังลึก” (Tacit Knowledge) คือพระธรรมวินัย พระไตรปิฎก คำวินิจฉัยอธิกรณ์ และจารีตการปกครองที่สั่งสมมากว่า 2,500 ปี หากองค์ความรู้เหล่านี้ไม่ถูกแปลงให้อยู่ในระบบดิจิทัลที่คณะสงฆ์เป็นผู้ควบคุมเอง ความเสี่ยงคือการที่ AI ของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติจะกลายเป็นผู้ “ตีความพุทธธรรม” แทนคณะสงฆ์

โครงสร้างรวมศูนย์: จุดแข็งเดิมที่กลายเป็นจุดอ่อนยุคดิจิทัล
การวิเคราะห์โครงสร้างคณะสงฆ์ไทยภายใต้ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 พบว่า ระบบรวมศูนย์อำนาจที่มหาเถรสมาคม แม้เคยเหมาะสมกับบริบทการเมืองในอดีต แต่ในยุคข้อมูลและ AI กลับก่อให้เกิดปัญหาคอขวด การตัดสินใจล่าช้า และไม่สอดคล้องกับความเร็วของโลกดิจิทัล

รายงานยังชี้ถึงความเสี่ยงใหม่ เช่น ข่าวปลอมและ Deepfake ที่สร้างภาพพระสงฆ์ผิดวินัยด้วย AI ซึ่งคณะสงฆ์ยังขาดเครื่องมือทางเทคโนโลยีของตนเองในการตรวจสอบและตอบโต้ ทำให้ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มภายนอกและสูญเสียอธิปไตยด้านข้อมูล

เสนอโมเดล “Decentralized Governance with Centralized Data”
ทางออกที่รายงานเสนอ คือการปรับโครงสร้างการปกครองไปสู่รูปแบบ กระจายอำนาจการตัดสินใจ แต่รวมศูนย์ข้อมูล โดยมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่

การจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์คณะสงฆ์แห่งชาติ เพื่อรวบรวมข้อมูลพระไตรปิฎก กฎหมายคณะสงฆ์ และทะเบียนพระให้อยู่ในรูปแบบที่ AI ใช้งานได้

การพัฒนา “SanghaGPT” หรือ AI ที่ปรึกษาทางพระธรรมวินัย ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคณะสงฆ์ไทย

การใช้ Blockchain ในระบบทะเบียนพระและบัญชีวัด เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและแก้ปัญหาพระปลอมอย่างเป็นระบบ

ปฏิรูปการศึกษาพระสงฆ์: จากท่องจำสู่ AI เป็น “เครื่องขยายปัญญา”
ในมิติการศาสนศึกษา รายงานนำแนวคิด AI as Cognitive Amplifier ของ Nadella มาเสนอให้ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเรียนบาลีและพระปริยัติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างวัดเมืองกับวัดชนบท

กรณีศึกษาเด่นคือ โครงการพระไตรปิฎกสากล (World Tipitaka Project) และนวัตกรรม AI Sajjhaya Device ซึ่งใช้ AI สังเคราะห์เสียงสวดที่ถูกต้องระดับพยางค์ ถือเป็นตัวอย่างของการรักษารากเหง้าพุทธศาสนาควบคู่กับเทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นแบบอย่างของ “อธิปไตยทางข้อมูล” ด้านพระธรรม

เผยแผ่ธรรมยุคใหม่: Precision Dhamma และ Soft Power โลก
รายงานเสนอให้การเผยแผ่ศาสนธรรมเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบหว่านแห สู่ “ธรรมะที่แม่นยำ” (Precision Dhamma) โดยใช้ AI วิเคราะห์บริบทผู้ฟัง การพัฒนา Chatbot ให้คำปรึกษาทางใจ และการแปลพระไตรปิฎกหลายภาษาแบบ Real-time เพื่อขยายบทบาทพุทธศาสนาไทยในระดับสากล

บัญชีวัด – ศาสนสมบัติ: บทเรียนจาก Larry Fink เรื่องความยั่งยืน
ในมิติการเงินและศาสนสมบัติ รายงานนำแนวคิด Transparency & Sustainability ของ Larry Fink มาเชื่อมโยงกับปัญหาเงินวัด โดยเสนอระบบ e-Donation ควบคู่ Blockchain และซอฟต์แวร์บริหารจัดการวัด เพื่อเรียกคืนศรัทธาสาธารณะและสร้างความยั่งยืนระยะยาว

พุทธจริยธรรมกับ AI: เสนอ “ทางเลือกที่สาม” ของโลก
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่าคณะสงฆ์ไทยควรมีบทบาทเชิงรุกในการเสนอ “จริยธรรม AI เชิงพุทธ” บนฐานของอหิงสา ความกรุณา และสัมมาวาจา เพื่อเป็นทางเลือกนอกเหนือจากกรอบจริยธรรมตะวันตก และยืนยันหลักการว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทางจิตวิญญาณ

Roadmap 2026–2030: สู่ศูนย์กลางพุทธศาสนาดิจิทัลโลก
บทสรุปของรายงานระบุว่า การปฏิรูปคณะสงฆ์ไทยในยุค AI ไม่ใช่การละทิ้งพระธรรมวินัย แต่คือการเสริม “อธิปไตยทางปัญญา” ให้เข้มแข็ง ผ่านแผนงาน 3 ระยะ ตั้งแต่การวางโครงสร้างข้อมูล พัฒนา AI เฉพาะทาง จนถึงการก้าวสู่บทบาท ศูนย์กลางพุทธศาสนาดิจิทัลของโลก

นักวิชาการเห็นตรงกันว่า หากคณะสงฆ์ไทยสามารถขับเคลื่อนโมเดล “สังฆะอัจฉริยะ” ได้สำเร็จ จะไม่เพียงรักษาศรัทธาในประเทศ แต่ยังยกระดับพุทธศาสนาไทยให้เป็นพลังทางปัญญาและจริยธรรมของสังคมโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

หน้าแรก » การศึกษา