วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 02:38 น.

การศึกษา

รอยจารึกแห่งศรัทธา จากอินเดียสู่ภูเขาทอง เปิดตำนานพระบรมสารีริกธาตุปิปราหวะ กับบทบาทสยามบนเวทีโลกพุทธ

วันจันทร์ ที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.05 น.

เรื่องราวการเดินทางของ พระบรมสารีริกธาตุจากเนินดินปิปราหวะ (Piprahwa) ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สู่ยอด พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มิใช่เพียงประวัติศาสตร์ทางศาสนา หากแต่เป็นจุดตัดสำคัญของโบราณคดี การเมืองจักรวรรดิ และการทูตเชิงจิตวิญญาณ ที่หล่อหลอมสถานะของสยามในโลกพุทธสมัยใหม่

การค้นพบครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1898 โดย วิลเลียม แคลกซ์ตัน เปปเป (William C. Peppé) วิศวกรและเจ้าของที่ดินในเขตบาสติ ซึ่งได้ขุดค้นเนินดินโบราณใกล้ชายแดนเนปาล และพบ สถูปขนาดใหญ่พร้อมหีบหินทราย ภายในบรรจุผอบพระบรมสารีริกธาตุ เครื่องทองคำ และอัญมณีจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้โดดเด่นเหนือสถูปอื่น คือ จารึกอักษรบราหมีบนฝาผอบ ซึ่งได้รับการยอมรับในวงวิชาการว่าเป็นหนึ่งในหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึง “พระพุทธเจ้าแห่งศากยวงศ์” อย่างชัดเจน

การถอดรหัสจารึกดังกล่าวโดยนักอักขรวิทยาชั้นนำของยุโรป อาทิ จอร์จ บูห์เลอร์ และ โอกุสต์ บาร์ธ ได้ข้อสรุปตรงกันว่า พระบรมสารีริกธาตุในสถูปปิปราหวะคือส่วนแบ่งของราชวงศ์ศากยะตามคัมภีร์มหาปรินิพพานสูตร นับเป็นการยกระดับ “พระธาตุ” จากวัตถุแห่งตำนาน สู่หลักฐานเชิงประจักษ์ทางโบราณคดี และสอดรับกับกระแส “พุทธศาสนาเชิงเหตุผล” ที่กำลังก่อตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายใต้บริบทจักรวรรดินิยมอังกฤษ รัฐบาลอินเดียในยุค ลอร์ด เคอร์ซอน ตระหนักถึงนัยทางการเมืองของพระบรมสารีริกธาตุ จึงตัดสินใจมอบอัฐิธาตุให้แก่ประเทศพุทธที่ยังคงเอกราชเพียงแห่งเดียวในเวลานั้น คือ ราชอาณาจักรสยาม ภายใต้การครองราชย์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์ทางการทูตที่ช่วยยกระดับสยามให้เป็นศูนย์กลางโลกพุทธเถรวาทในสายตานานาชาติ

สยามได้ส่ง พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) เป็นราชทูตพิเศษไปรับมอบพระบรมสารีริกธาตุ ณ เมืองโครักขปุระ เมื่อปี ค.ศ. 1899 ก่อนอัญเชิญกลับกรุงเทพมหานคร และประกอบพิธีบรรจุอย่างสมพระเกียรติบนยอดพระบรมบรรพต วัดสระเกศ ในวันวิสาขบูชา 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2442 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงบรรจุด้วยพระองค์เอง

การเลือก ภูเขาทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มิได้เป็นเพียงเหตุผลด้านภูมิศาสตร์ หากยังมีนัยเชิงสัญลักษณ์ในฐานะ “เขาพระสุเมรุ” ศูนย์กลางจักรวาลตามคติไตรภูมิ และเป็นจุดสูงสุดของพระนครในยุคนั้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของรัชกาลที่ 5 ในการวางตำแหน่งพุทธศาสนาไทยให้ตั้งอยู่บนรากฐานของประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเหตุผล

นับแต่นั้นมา พระบรมบรรพต วัดสระเกศ ได้กลายเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่มีชีวิต เกิดประเพณี นมัสการพระบรมสารีริกธาตุและการห่มผ้าแดง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงลอยกระทง เชื่อมโยงพิธีกรรม ศาสนา และวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น

นักวิชาการชี้ว่า การเดินทางของพระบรมสารีริกธาตุปิปราหวะ คือชัยชนะทางปัญญาและการทูตของสยาม ที่สามารถผสานโลกตะวันตกซึ่งยึดหลักโบราณคดีและเหตุผล เข้ากับโลกตะวันออกซึ่งยึดมั่นในศรัทธาและจารีตได้อย่างกลมกลืน ผ่าน “รอยจารึกเล็ก ๆ” ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทยและโลกไปตลอดกาล
 

หน้าแรก » การศึกษา