วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 02:08 น.

การศึกษา

พระสงฆ์เถรวาทเดินถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ปิดฉาก 3,700 กม. “Walk for Peace” สันติภาพจะก้าวต่อ หรือจะพอเท่านี้?

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.00 น.

คณะพระสงฆ์เถรวาทจากศูนย์วิปัสสนาภาวนาฮวงด่าว (Huong Dao Vipassana Bhavana Center) รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ปิดฉากการจาริกธรรมระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร ผ่าน 10 รัฐ ตลอดระยะเวลา 108 วัน ภายใต้โครงการ “Walk for Peace” หรือ “เดินเพื่อสันติภาพ”

การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงศาสนา หากแต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่สะท้อนบทบาทของ “พุทธศาสนาเพื่อสังคม” (Socially Engaged Buddhism) ในโลกตะวันตก ท่ามกลางบริบทความแตกแยกทางการเมืองและความตึงเครียดในสังคมอเมริกัน

ธรรมยาตราในโลกสมัยใหม่

การเดินครั้งนี้จัดอยู่ในลักษณะ “ธรรมยาตรา” หรือการจาริกธรรมเพื่อสังคม มีรากฐานจากแนวคิดธุดงควัตร แต่ถูกนำมาประยุกต์เป็น “ประจักษ์พยานทางสังคม” ต่อความทุกข์และความขัดแย้งร่วมสมัย

พระภิกษุปัญญากานะ (Bhikkhu Pannakara) ผู้นำคณะ พร้อมพระสงฆ์รวม 19 รูป เริ่มต้นการเดินเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 จากรัฐเท็กซัส ผ่านพื้นที่ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองในรัฐทางใต้ และเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจการเมืองของสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ตัวเลข “108 วัน” ซึ่งเป็นระยะเวลาการเดิน มีนัยยะเชิงสัญลักษณ์ในพุทธศาสนา สื่อถึงความครบถ้วนสมบูรณ์ของการปฏิบัติธรรม

บททดสอบแห่งขันติธรรม

ระหว่างทาง คณะสงฆ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้พระมหาดัม พรหมสาส์น ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องตัดขา เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนสัจธรรมเรื่องความไม่เที่ยงอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม พระมหาดัมกลับมาร่วมขบวนในช่วงสุดท้ายด้วยรถเข็นวีลแชร์ ภาพดังกล่าวกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “จิตวิญญาณที่ไม่พ่ายแพ้” และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมาก

อีกหนึ่งภาพจำสำคัญคือ “อาโลกา” สุนัขกู้ภัยที่ร่วมเดินทางไปกับคณะ กลายเป็นสะพานเชื่อมทางอารมณ์ระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนอเมริกัน และได้รับความนิยมอย่างสูงในโซเชียลมีเดีย

สันติภาพท่ามกลาง Bible Belt

หนึ่งในปรากฏการณ์ที่ถูกจับตาคือการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ “Bible Belt” ซึ่งมีความเคร่งครัดในศาสนาคริสต์

รายงานระบุว่า หลายเมืองออกมาต้อนรับพระสงฆ์ แม้ไม่คุ้นเคยกับพุทธศาสนา ภาพของชาวบ้านมอบน้ำ ดอกไม้ และให้กำลังใจ สะท้อนว่า “สารแห่งสันติภาพ” สามารถก้าวข้ามกำแพงศาสนาและอุดมการณ์

ในโลกดิจิทัล การเดินยังขยายสู่ “สังฆะออนไลน์” มีผู้ติดตามหลายล้านคนทั่วโลก ผ่านการถ่ายทอดสดและอัปเดตรายวัน กลายเป็นปรากฏการณ์ศรัทธาที่ขยายวงกว้างเกินกว่าถนนที่คณะสงฆ์เดินผ่าน

จุดสูงสุดที่มหาวิหารแห่งชาติ

ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นที่มหาวิหารแห่งชาติวอชิงตัน (Washington National Cathedral) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณของประเทศ

ในพิธีต้อนรับข้ามศาสนา พระภิกษุปัญญากานะกล่าวว่า “สันติภาพเริ่มต้นจากภายใน และสามารถแผ่ขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม”

ถ้อยคำดังกล่าวเน้นว่าสันติภาพไม่ใช่เพียงการไม่มีสงคราม แต่เป็นการปฏิบัติที่เริ่มต้นจากจิตใจของแต่ละบุคคล

ภาพพระสงฆ์เถรวาทยืนเคียงข้างผู้นำคริสต์ศาสนา กลายเป็นภาพแทน “เอกภาพในความหลากหลาย” ที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำประกาศใด ๆ

สันติภาพจะก้าวต่อ หรือพอเท่านี้?

แม้การเดินเท้าจะสิ้นสุดลง แต่คำถามสำคัญคือ ขบวนการนี้จะดำเนินต่ออย่างไร

ข้อมูลจากโครงการชี้ว่า พลังศรัทธาที่เกิดขึ้นจะถูกต่อยอดผ่าน 3 แนวทางหลัก

โครงการธรรมเจดีย์ (Dhammacetiya)
แผนก่อสร้างสถูปและศูนย์ปฏิบัติธรรมในรัฐเท็กซัส เพื่อเป็นรากฐานถาวรของการเรียนรู้และสันติภาพ

การผลักดันวันวิสาขบูชา
ความพยายามให้สหรัฐฯ รับรองวันวิสาขบูชาในระดับนโยบาย เพื่อยกระดับการรับรู้พุทธศาสนาในสังคมอเมริกัน

เครือข่ายข้ามศาสนา
ความร่วมมือระหว่างวัดพุทธ องค์กรคริสต์ และชุมชนท้องถิ่น ที่ก่อตัวขึ้นตลอดเส้นทาง 10 รัฐ

นักวิชาการมองว่า การเดินครั้งนี้เป็น “จุดเปลี่ยน” มากกว่าจุดจบ จากการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ สู่การสร้างโครงสร้างถาวรในสังคม

บทสรุป การมาถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของคณะพระสงฆ์เถรวาท ไม่ใช่บทสุดท้ายของเรื่องราว หากเป็นการส่งไม้ต่อสันติภาพไปยังประชาชน คำถามว่า “สันติภาพจะก้าวต่อหรือจะพอเท่านี้” ดูเหมือนมีคำตอบชัดเจนแล้ว — ตราบใดที่เมล็ดพันธุ์แห่งสติถูกหว่านไว้ในใจผู้คน และโครงสร้างแห่งธรรมะกำลังก่อร่างบนแผ่นดินอเมริกา การเดินทางของสันติภาพย่อมยังไม่สิ้นสุด

หน้าแรก » การศึกษา