วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:11 น.

การศึกษา

พระปกเกล้าโพลล์สำรวจความคิดเห็น “ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลังเลือกตั้ง”

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.57 น.

พระปกเกล้าโพลล์สำรวจความคิดเห็น “ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลังเลือกตั้ง”

 

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลังเลือกตั้ง” ระหว่างวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multistage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5

นอกจากนี้ทุกแบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนและความสมเหตุสมผลของคำตอบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์และรายงานผลต่อไปผลการสำรวจทาง Line Today1 ในคำถาม “สิ่งแรกที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลังเลือกตั้ง” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่าอยากให้รัฐบาล “แก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ” คิดเป็นร้อยละ 38.0 รองลงมาคือ“แก้ปัญหาสังคม” คิดเป็นร้อยละ 32.3 และ “แก้ปัญหาการเมือง” คิดเป็นร้อยละ 29.7

ผลการสำรวจในคำถาม “ประเด็นเร่งด่วนที่สุดด้านเศรษฐกิจที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้” พบว่า ผู้ตอบ ส่วนใหญ่ระบุว่า “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” คิดเป็นร้อยละ 47.8 รองลงมาคือ“แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” คิดเป็นร้อยละ 25.6 และ “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” คิดเป็นร้อยละ 20.8 ขณะที่ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” มีสัดส่วนร้อยละ 5.8

ผลการสำรวจในคำถาม “ประเด็นเร่งด่วนที่สุดด้านสังคมที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า “แก้ปัญหายาเสพติด” คิดเป็นร้อยละ 33.6 รองลงมาคือ “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” คิดเป็นร้อยละ 29.4 และ “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” คิดเป็นร้อยละ 24.5 ขณะที่ “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” มีสัดส่วนร้อยละ 12.5

ผลการสำรวจในคำถาม “ประเด็นเร่งด่วนที่สุดด้านการเมืองที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ระบุว่า “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” คิดเป็นร้อยละ 52.8 รองลงมาคือ “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” คิดเป็นร้อยละ 17.8 และ “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” คิดเป็นร้อยละ 17.4 ขณะที่ “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” มีสัดส่วนร้อยละ 12.0

เมื่อพิจารณาตามช่วงอายุ ในคำถาม “ประเด็นเร่งด่วนที่สุดที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้” พบว่า กลุ่มอายุ 18–27 ปีให้สัดส่วนคำตอบสูงสุดกับ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 17.31 เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 9 - 12 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1,210 ตัวอย่าง รองลงมาคือ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 16.1,“แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 12.1, “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 10.1, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 8.0, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 7.0, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุก ชวงอายุ” ร้อยละ 6.3, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 6.2, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 5.3, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 4.9, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 3.8 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและ นอกประเทศ” ร้อยละ 2.9

สำหรับกลุ่มอายุ 28–44 ปีสัดส่วนคำตอบสูงสุดคือ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 18.9 ตามด้วย “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 15.4, “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 10.2, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 9.9, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 8.9, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 8.3, “กระตุ้นเศรษฐกิจเช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 6.7, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 5.9, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 5.2, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 4.9,“ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 3.4 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 2.3

ในกลุ่มอายุ 45–59 ปีสัดส่วนคำตอบสูงสุดยังคงเป็น “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 16.8 ใกล้เคียงกับ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 16.2 ตามด้วย “แก้ปัญหายา เสพติด” ร้อยละ 11.7 และ “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” รวมถึง “แก้ปัญหาธุรกิจ ผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 9.2 เท่ากัน จากนั้นคือ “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุก

ช่วงอายุ” ร้อยละ 8.7, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 6.6, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 6.3, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 5.9, “ลดความขัดแย้งทาง การเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 4.4, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 3.7และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 1.3

ท้ายที่สุดกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ให้สัดส่วนคำตอบสูงสุดกับ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง”ร้อยละ 18.4 รองลงมาคือ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 14.8, “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 12.9, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 9.3, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 8.8, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 8.5,“กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 7.7, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 6.4, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 4.5, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 4.1, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 3.1 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 1.5

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคในคำถาม“ประเด็นเร่งด่วนที่สุดที่อยากให้รัฐบาลใหม่แก้” พบว่ากรุงเทพมหานคร ให้สัดส่วนคำตอบสูงสุดกับ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 13.0 รองลงมาคือ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 12.8, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 10.5, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 9.1, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 8.9, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 8.7, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 8.1, “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 7.3, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 6.9, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 6.3, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 5.7 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 2.7

สำหรับภาคกลาง สัดส่วนคำตอบสูงสุดคือ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 17.6 ตามด้วย “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 16.0, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 13.8, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 7.9, “กระตุ้นเศรษฐกิจเช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 7.5, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 7.4,“แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 7.0, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 6.2, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 5.1, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ4.8, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 4.7 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 2.0

ในภาคตะวันออก สัดส่วนคำตอบสูงสุดคือ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 18.6 รองลงมาคือ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 15.9, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 11.6, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 11.2, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 8.3, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง”ร้อยละ 6.9, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 6.7, “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 5.4, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 5.1, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 4.0, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 3.8 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 2.5

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัดส่วนคำตอบสูงสุดคือ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 17.0 ตามด้วย “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 16.1, “แก้ปัญหายาเสพติด”ร้อยละ 11.6, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 9.8, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 8.5, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 8.1, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 7.4, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 6.9,“แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 5.7, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 3.5, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 3.2 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆจากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 2.2

สำหรับภาคเหนือ สัดส่วนคำตอบสูงสุดคือ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 17.4 รองลงมาคือ “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 14.0, “แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 12.7, “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 11.1, “แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 7.9, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 7.6, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่นแจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 7.3, “แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 5.8, เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 5.7, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 4.5, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 3.8 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 2.2

ท้ายที่สุดภาคใต้ให้สัดส่วนคำตอบสูงสุดกับ “แก้ปัญหาการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง” ร้อยละ 23.7 ตามด้วย “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ เช่น ค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน” ร้อยละ 21.1, “แก้ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 18.3,“แก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมาย/สแกมเมอร์” ร้อยละ 8.5, “แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” ร้อยละ 7.6,“แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบของประชาชน” ร้อยละ 7.3, “เพิ่มรายการสวัสดิการต่าง ๆ แก่คนในทุกช่วงอายุ” ร้อยละ 5.8, “กระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น แจกเงิน โครงการคนละครึ่ง” ร้อยละ 4.7, “แก้ปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน” ร้อยละ 1.2, “ลดความขัดแย้งทางการเมือง/สร้างความปรองดอง” ร้อยละ 0.9,“แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ ฝุ่น PM 2.5” ร้อยละ 0.7 และ “ดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ จากในและนอกประเทศ” ร้อยละ 0.2

                ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

 

 

หน้าแรก » การศึกษา