วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:05 น.

การศึกษา

“มหาหมอลำเฟสติวัลยุคเอไอ” พลิกโฉมอีสานใหม่ ดันหมอลำสู่เวทีโลกด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า 

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.01 น.

ภูมิทัศน์วัฒนธรรมอีสานกำลังยืนอยู่บนรอยต่อประวัติศาสตร์ เมื่อศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่าง “หมอลำ” ถูกยกระดับสู่มหรสพดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผ่านโครงการ “มหาหมอลำเฟสติวัล” ที่ขับเคลื่อนโดย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้กรอบเศรษฐกิจสร้างคุณค่า (Value-Based Economy) และยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ

ปรากฏการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเทศกาลบันเทิง หากแต่เป็น “ปฏิบัติการทางวัฒนธรรม” ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีโลกเสมือน และนวัตกรรมศิลปกรรมศาสตร์ เข้ากับรากเหง้าภูมิปัญญาอีสานอย่างเป็นระบบ

จากพิธีกรรมสู่ “หมอลำ 5.0”

หมอลำมีพัฒนาการยาวนาน จากพิธีกรรมรักษาเยียวยา สู่หมอลำกลอน หมอลำหมู่ และหมอลำซิ่ง ก่อนก้าวเข้าสู่ยุค “หมอลำ 5.0” ที่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Projection Mapping, AI-Driven Choreography และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม

เวทีไม้ไผ่กลางลานวัด ถูกแทนที่ด้วยเวทีดิจิทัลที่สามารถเนรมิตฉาก 3 มิติ เปลี่ยนบรรยากาศแบบเรียลไทม์ สร้างประสบการณ์สมจริงทัดเทียมเทศกาลดนตรีระดับโลก

เศรษฐกิจสร้างคุณค่า: เปลี่ยน “ค่าจ้างเหมารวม” สู่ระบบนิเวศธุรกิจ

แนวคิดเศรษฐกิจสร้างคุณค่า มุ่งยกระดับหมอลำจากการรับงานแสดงแบบดั้งเดิม สู่โมเดลธุรกิจครบวงจร ทั้งบัตรเข้าชม ลิขสิทธิ์สตรีมมิ่ง สินค้าดิจิทัล และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

โครงการยังสอดรับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (THACCA) โดยผลักดันหมอลำในหมวด “Festival” ให้เป็น IP Festival ของไทยในระดับสากล เทียบชั้นเทศกาลดนตรีนานาชาติ

มมส. ในบทบาท “Creative Hub”

ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการบูรณาการสหวิทยาการภายใน มมส. โดยมี สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน (RINAC) เป็นแกนกลาง

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ พัฒนาเนื้อหาดนตรีและ “หมอลำออร์เคสตร้า” ผสานวงพื้นบ้านกับวงดุริยางค์สากล

คณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ ออกแบบท่าเต้นและเครื่องแต่งกายร่วมสมัย

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ขับเคลื่อน Digital Transformation ตั้งแต่ไลฟ์สตรีมมิ่งจนถึงผลิตภัณฑ์ดิจิทัล

Mor Lam Innovation Lab ทำหน้าที่เป็นห้องทดลองนวัตกรรมทางวัฒนธรรม

AI และ XR เปิดมิติใหม่การแสดง

Projection Mapping เปลี่ยนฉากผ้าใบสู่ฉากเคลื่อนไหว 3 มิติ
Generative AI ช่วยร่างโครงเรื่องและวิเคราะห์คำสัมผัสในกลอนลำ
AI-Driven Choreography วิเคราะห์ท่าฟ้อนผ่าน Motion Capture เพื่อสร้างท่ารำใหม่
AR/VR และ Metaverse เปิดทางให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าร่วมเทศกาลแบบเสมือนจริง

เทคโนโลยีจึงทำหน้าที่ “ขยายศักยภาพ” มากกว่าทดแทนมนุษย์ โดยยังคงให้ครูเพลงและศิลปินเป็นหัวใจหลักของการสร้างสรรค์

ผลกระทบเศรษฐกิจ–สังคมวงกว้าง

การยกระดับเทศกาลส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ศิลปิน ทีมงานเวที ช่างตัดเย็บ ไปจนถึงผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและงานในท้องถิ่น ลดการย้ายถิ่นแรงงาน

ในระดับประเทศ หมอลำรูปแบบใหม่ยังเสริม Soft Power ไทย ผ่าน Cultural Export และ Destination Branding ปักหมุดอีสานเป็นจุดหมายปลายทางเทศกาลดนตรีประจำปี

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

ผู้เชี่ยวชาญเสนอ 3 แนวทางสำคัญ

จัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลกลาง (Big Data) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชม

ส่งเสริมทักษะดิจิทัลให้ศิลปินเป็น Co-creator กับเทคโนโลยี

รักษาดุลยภาพระหว่างความทันสมัยกับแก่นแท้ทางจิตวิญญาณ
 

หน้าแรก » การศึกษา