วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 03:02 น.

การศึกษา

เปิดบทบาท “พระนิสิตไทใหญ่” พลังเงียบเชื่อมรัฐ–แรงงานข้ามชาติ ในสังคมไทยร่วมสมัย

วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.56 น.

การดำรงอยู่ของ “พระนิสิตไทใหญ่” ในประเทศไทย มิได้เป็นเพียงภาพของพระภิกษุสามเณรจากรัฐฉานที่ข้ามพรมแดนมาศึกษาเล่าเรียน หากแต่สะท้อนพลวัตซับซ้อนระหว่างชาติพันธุ์ ศาสนา และรัฐชาติ ในยุคโลกาภิวัตน์ที่การเคลื่อนย้ายข้ามแดนกลายเป็นเรื่องปกติ

รายงานวิเคราะห์ล่าสุดชี้ว่า พระนิสิตไทใหญ่ควรถูกมองในฐานะ “ตัวแสดงทางสังคมที่มีพลัง” มากกว่าผู้พึ่งพิง เพราะพวกเขาทำหน้าที่เชื่อมโยงรัฐไทยกับประชากรแรงงานข้ามชาติ พร้อมทั้งรักษามรดกวัฒนธรรมล้านนา–รัฐฉาน ท่ามกลางแรงกดดันของความทันสมัย

จากรัฐฉานสู่แผ่นดินไทย: เส้นทางแห่งศรัทธาและการศึกษา

กลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่มีรากฐานผูกพันกับล้านนาและรัฐฉานมาอย่างยาวนาน แต่ความขัดแย้งทางการเมืองในเมียนมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 กลายเป็นปัจจัยผลักสำคัญ ทำให้ประชาชนจำนวนมากอพยพเข้าสู่ไทย รวมถึงพระภิกษุสามเณรที่แสวงหาโอกาสทางการศึกษา

ประเทศไทยจึงกลายเป็น “พื้นที่แห่งความหวัง” โดยเฉพาะระบบมหาวิทยาลัยสงฆ์ เช่น มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเปิดโอกาสให้พระนิสิตไทใหญ่เข้าถึงการศึกษาทางโลกและทางธรรมในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่น พระนิสิตจำนวนไม่น้อยต้องผ่านกระบวนการ “ญัตติใหม่” เพื่อให้สอดคล้องกับระบบคณะสงฆ์ไทย และต้องปรับตัวด้านภาษาและวัตรปฏิบัติ เพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในโครงสร้าง “สังฆะแห่งรัฐ” ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สถานะกึ่งยอมรับกึ่งควบคุม

พระนิสิตไทใหญ่อยู่ภายใต้กฎหมายสองชั้น คือ กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง และระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยพระภิกษุสามเณรต่างด้าว ต้องมีวัดรับรอง พำนักประจำ ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง และรายงานตัวทุก 90 วัน

เมื่อเทียบกับพระนิสิตไทย พระนิสิตไทใหญ่มีข้อจำกัดด้านสิทธิทุนการศึกษา การย้ายวัด และภาระด้านเอกสารมากกว่า สถานะดังกล่าวจึงถูกนิยามว่า “กึ่งยอมรับกึ่งควบคุม” (Semi-inclusion)

วัดในฐานะพื้นที่ข้ามพรมแดน

ในทางปฏิบัติ วัดที่มีพระนิสิตไทใหญ่จำพรรษากลายเป็น “พื้นที่ข้ามพรมแดน” ที่เชื่อมโลกของแรงงานข้ามชาติกับรัฐไทย

วัดป่าเป้า วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางจิตวิญญาณของชุมชนไทใหญ่ในเชียงใหม่ นอกจากประกอบศาสนกิจ ยังจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กต่างด้าว และเป็นสถานที่จัดพิธีศพให้แรงงานไร้ญาติในต้นทุนต่ำ สร้าง “ตาข่ายรองรับทางสังคม” ให้ผู้เปราะบาง

 วัดดอนเขต กรณีศึกษาชี้ว่า วัดทำหน้าที่เป็น “เบ้าหลอม” ทางจริยธรรม สามเณรไทใหญ่ต้องเรียนรู้บทบาทพลเมืองดีของไทย ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ชาติพันธุ์

ผู้พิทักษ์วัฒนธรรมไทใหญ่ 

ท่ามกลางความเสี่ยงที่ลูกหลานแรงงานข้ามชาติจะสูญเสียรากเหง้า พระนิสิตไทใหญ่มีบทบาทสำคัญในการสอนภาษา อักษรธรรม และวรรณกรรม “ลิกหลง” ตลอดจนเป็นแกนกลางจัดงานประเพณีปอยส่างลอง ซึ่งมิใช่เพียงพิธีกรรมศาสนา แต่เป็นการประกาศตัวตนของชุมชนในพื้นที่สาธารณะไทย

บทบาทดังกล่าวช่วยถ่วงดุลกระบวนการ “กลืนกลาย” ทางวัฒนธรรม ที่เกิดจากระบบการศึกษากระแสหลัก

ตาข่ายรองรับผู้เปราะบาง

แรงงานข้ามชาติจำนวนมากอยู่นอกระบบประกันสังคม พระนิสิตไทใหญ่จึงทำหน้าที่เสมือนนักสังคมสงเคราะห์โดยไม่เป็นทางการ ทั้งการให้คำปรึกษาเรื่องความเครียด สุขภาพ และการถูกเอารัดเอาเปรียบ

ด้วยภาษาและความเข้าใจบริบทเดียวกัน พระสงฆ์จึงได้รับความไว้วางใจมากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐในหลายกรณี และยังทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภายในชุมชน ลดความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าทางกฎหมาย

ความท้าทายเชิงโครงสร้าง

แม้บทบาทจะเด่นชัด แต่พระนิสิตไทใหญ่ยังเผชิญความเปราะบางหลายด้าน

การพึ่งพาเงินบริจาคจากแรงงานข้ามชาติ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจ

แรงกดดันให้ใช้ภาษาไทย อาจทำให้วรรณกรรมไทใหญ่ดั้งเดิมค่อยๆ เลือนหาย

การถูกจับตามองด้านความมั่นคง เนื่องจากประวัติศาสตร์การต่อสู้ของกลุ่มชาติพันธุ์

สถานการณ์เหล่านี้ทำให้พระนิสิตต้องดำเนินบทบาทอย่างระมัดระวังในทุกมิติ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

รายงานเสนอแนวทางสนับสนุนบทบาทเชิงบวกของพระนิสิตไทใหญ่ ได้แก่

พิจารณาวีซ่าระยะยาวสำหรับพระนิสิตที่มีศักยภาพ

เปิดหลักสูตรพหุวัฒนธรรมในมหาวิทยาลัยสงฆ์

บูรณาการเครือข่ายพระนิสิตเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำวัด เพื่อสื่อสารข้อมูลสุขภาพแก่แรงงานข้ามชาติ

“สังฆะข้ามพรมแดน” กับโจทย์โลกยุคใหม่

บทวิเคราะห์สรุปว่า พระนิสิตไทใหญ่ไม่ใช่เพียงผู้แสวงหาโอกาสทางการศึกษา หากแต่เป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญของสังคมไทย พวกเขาถมช่องว่างที่รัฐสวัสดิการเข้าไม่ถึง และสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์

ในโลกที่พรมแดนรัฐชาติยังคงกำหนดกฎเกณฑ์ แต่ชีวิตผู้คนเคลื่อนย้ายอย่างเสรี บทบาทของพระนิสิตไทใหญ่คือหลักฐานว่า “สังฆะ” สามารถปรับตัวข้ามพรมแดน และยังคงทำหน้าที่บรรเทาทุกข์ของมนุษย์ได้อย่างทรงพลังในโลกสมัยใหม่.
 

หน้าแรก » การศึกษา