วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 10:52 น.

การศึกษา

ศ.ดร.ศิริอร สินธุ รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี 2568

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 00.16 น.

ศ.ดร.ศิริอร สินธุ รางวัลมหิดลทยากร ประจำปี 2568

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ เริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่งอาจารย์ที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ด้วยคุณภาพทางด้านวิชาการอันเข้มแข็ง ทั้งในคณะฯ และใน โรงพยาบาลศิริราช การสอนในคลินิก โดยเฉพาะในหอผู้ป่วยวิกฤตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ต้องมีการใช้ความรู้ทางทฤษฎีและทักษะปฏิบัติผสานกันอย่างเป็นระบบ และเมื่อได้รับโอกาสให้ไปช่วยราชการที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดการเรียนรู้ในอีกมิติหนึ่งของวิชาชีพพยาบาลว่า การทำงานในบริบทพื้นที่ห่างไกล ต้องใช้ความเข้าใจสามารถตอบสนองความต้องการ และแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนและชุมชนได้อย่างแท้จริง จากโลกของเทคโนโลยีขั้นสูง สู่ความเรียบง่ายที่ต้องเข้าใจสุขภาพสังคมนอกโรงพยาบาล เมื่อกลับมาทำงานที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้เริ่มพัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตให้มุ่งเน้น “การวิจัยเชิงระบบการพยาบาลและสุขภาพ” เพื่อหาทางออกเชิงระบบ ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสร้างผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ รวมถึงวางรากฐานผู้นำทางวิชาการที่สามารถมีส่วนในการออกแบบระบบสุขภาพของประเทศ ซึ่งแตกต่างจากหลักสูตรปริญญาเอกเดิม ที่มุ่งหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อการดูแลผู้ป่วยเป็นหลัก

ศาสตราจารย์ ดร.ศิริอร สินธุ กล่าวว่า การได้รับโอกาสทำงานในองค์กรระดับประเทศ อาทิ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสภาการพยาบาล ทำให้เข้าใจถึงการกำหนดนโยบาย การบริหารทรัพยากรบุคคลและงบประมาณ ตลอดจนกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิบัติงานเพื่อสุขภาพสังคม นำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรพยาบาลเฉพาะทาง มากกว่า 18 หลักสูตร ของสภาการพยาบาล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ตั้งแต่การดูแลผู้ป่วยในชุมชน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยวิกฤต เวชปฏิบัติฉุกเฉิน ไปจนถึงเวชปฏิบัติบำบัดทดแทนไต ทุกหลักสูตรถูกออกแบบจากการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ และ Service Plan ของประเทศ เป็นการยกระดับพยาบาลเฉพาะทางให้ทำงานเป็นทีมสุขภาพได้ สามารถจัดการปัญหาสุขภาพที่รุนแรงและซับซ้อนได้อย่างลงตัว ในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนแพทย์เฉพาะทาง และเป็นทีมที่ดีในโรงพยาบาลตติยภูมิขั้นสูง

และในปี พ.ศ. 2563 เมื่อได้รับแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีให้ร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข โดยได้รับโจทย์ใหญ่คือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงได้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ที่มุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ด้านผู้สูงอายุไว้ในโครงสร้างหลักสูตรปกติ เพื่อการบริหารจัดการกำลังคนให้เหมาะสมกับสังคม บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาสามารถปฏิบัติงานพยาบาลในสังคมสูงอายุได้ทันที ลดภาระด้านงบประมาณและการใช้เวลาเพิ่ม ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนั้นได้รับการสนับสนุนจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง ในฐานะนายกสภาการพยาบาล ในขณะนั้น ได้เสนอให้ใช้หลักสูตรดังกล่าวเป็นแนวทางของการสร้างหลักสูตรของสถาบันการศึกษาพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อผลิตพยาบาลที่เข้าใจบริบทผู้สูงอายุทั้งในมิติสุขภาพ สังคม และเศรษฐศาสตร์ จนได้รับยกย่องว่าเป็นการพลิกเกม “Game Changer” ของระบบสุขภาพ ปรับศักยภาพพยาบาล ให้ตอบโจทย์โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปอย่างตรงจุด และได้พัฒนา Digital Platform เพื่อการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านและในชุมชนอย่างบูรณาการและครบวงจร ทั้งแพทย์ ทีมสุขภาพรวม ร่วมกับองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นและพัฒนาสังคม ทุกฝ่ายประสานงานลงพื้นที่ได้เห็นสภาพของผู้ป่วยและสภาพแวดล้อมจริง โดยมีพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็น Care Manager  พร้อมกับอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ดูแลหลัก ช่วยให้ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยติดบ้าน ติดเตียงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล

“การได้ทำงานร่วมกับองค์กรสุขภาพภายนอกควบคู่ไปกับงานประจำ คือห้องเรียนชีวิตที่สำคัญที่สุด ทำให้เห็นความจริงของการบริหารจัดการทรัพยากร ข้อจำกัด และความคาดหวังของประชาชน ประสบการณ์เหล่านี้ถูกนำกลับมาหล่อหลอมการพัฒนาระบบการพยาบาลและการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เป็นต้นทุนปัญญาที่ทำให้สามารถสร้างงานเชิงระบบ วางกลไกการพัฒนา และเชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับความต้องการของประเทศได้”

นอกเหนือสิ่งอื่นใด ความประทับใจอันสูงสุดตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาในฐานะของพยาบาล คือการสร้างเอกภาพของจิตอาสาพยาบาลให้มีหัวใจที่มุ่งมั่น ในการทำงานเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จพระย่า) ผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวิชาชีพการพยาบาล ทำให้ได้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และทำประโยชน์ต่อสาธารณะ “รางวัลมหิดลทยากร” ที่ได้รับในปีนี้ จึงเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า ศิษย์มหิดลท่านนี้ได้ทำตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชบิดา ที่ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน เป็นเมล็ดพันธุ์หนึ่งที่ได้รับการบ่มเพาะในแหล่งสร้างปัญญาและได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม เปิดโอกาสให้ได้พิสูจน์ตนเองในเวทีต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จมาจนวันนี้

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

 

หน้าแรก » การศึกษา