การศึกษา
อว. จับมือพันธมิตรเปิดตัว SPACE-F รุ่น 7 ดันฟู้ดเทคไทยสู่เวทีโลก ชู Wellness Economy เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำทัพสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมด้วยบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และพันธมิตรใหม่ Foodland Ventures จากไต้หวัน ร่วมเปิดตัว “SPACE-F Batch 7” หรือ “SPACE-F รุ่น 7” โครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตฟู้ดเทคสตาร์ตอัประดับสากลแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อสานต่อความสำเร็จในการแก้โจทย์ท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารผ่านนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA นางสิริจิตร์ จิระเรืองเกียรติ Senior Director - Group Innovation บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด นางสาวเจนิกา คอนเด ครูซ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด รศ. ดร.พสิษฐ์ ภควัชร์ภาณุรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายวิคเตอร์ เฉิน ซีอีโอ ฟู้ดแลนด์ เวนเจอร์ส คณะผู้บริหาร และผู้ประกอบการ เข้าร่วม ณ โรงแรมวี กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ศ.ดร. ยศชนัน กล่าวถึงการผลักดัน “SPACE-F Batch 7” สู่ระดับนโยบายและการสร้างความตระหนักรู้ ว่า อว. มีเป้าหมายที่จะนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารจากสตาร์ตอัปใน Batch นี้ เข้าไปในการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทดลองชิม เพื่อสร้างความตระหนักว่า FoodTech คืออนาคตใหม่ของประเทศ และเตรียมนำผลิตภัณฑ์ไปนำเสนอในการประชุมบอร์ดบริหารของรัฐบาลในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
ในส่วนของหัวใจคือเทคโนโลยีที่มาพร้อม "รสชาติแบบไทย" ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำว่าแม้จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพียงใด แต่ต้องรักษามาตรฐานรสชาติที่ดีของอาหารไทย (Nice taste of Thailand) โดยยกตัวอย่าง "ไข่เจียวไฮเทค" ที่เคยชิมว่ายังมีพื้นที่ให้พัฒนาให้รสชาติใกล้เคียงไข่เจียวไทยจริงๆ มากขึ้น เพื่อให้เทคโนโลยีเข้าถึงใจผู้บริโภคได้จริง

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ขณะที่ นวัตกรรมอาหารภายใต้เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ (Wellness Economy) นั้น ในปีนี้มุ่งเน้นการใช้ Wellness Economy เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine) ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เรื่องอาหาร แต่รวมถึง AI, ICT, และซอฟต์แวร์ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism Hub) ของโลก โดยได้รับการสนับสนุนจาก BOI ในการเชื่อมโยงโอกาสการลงทุน
ศ.ดร.ยศนัน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในประเด็น การใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบคุณภาพ (Biodiversity & GI) จะสนับสนุนให้สตาร์ตอัปนำความหลากหลายทางชีวภาพและวัตถุดิบที่เป็นสินค้า GI ของไทย มาปรับใช้ทดแทนวัตถุดิบทดแทนจากต่างประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“สำหรับการ เชื่อมโยง "ผู้คิด" กับ "ผู้ทำ" (Thinker & Doer) นั้น โครงการนี้เน้นการเชื่อมโยงสตาร์ตอัปเข้ากับบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และนักลงทุน เพื่อช่วยให้สตาร์ตอัปในกลุ่ม Accelerator ก้าวไปสู่การระดมทุนระดับ Series A หรือ B และช่วยกลุ่ม Incubator ให้เรียนรู้ประสบการณ์การทำธุรกิจและการ Pitching จากรุ่นพี่ เพื่อก้าวข้ามช่วง Death Valley ของธุรกิจ รวมไปถึงประเด็นเรื่อง ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการในยุคสงคราม ในสภาวะโลกปัจจุบันที่เผชิญกับภาวะสงคราม ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และโภชนาการ (Nutrition Security) เป็นสิ่งสำคัญ โครงการนี้จึงเป็นโอกาสที่สตาร์ตอัปจะได้สร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้คนทั้งโลก โดยรัฐบาลจะทำงานร่วมกับ SPACE-F อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ” รมว.อว. กล่าว
อย่างไรก็ตาม ใน “SPACE-F Batch 7” มีสตาร์ตอัปจำนวน 20 ราย จาก 10 ประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วม (Proof of Concept: POC) เพื่อให้สามารถเติบโตสู่เชิงพาณิชย์ในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน ดร.กริชผกา กล่าวว่า NIA มุ่งเสริมสร้างศักยภาพสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการนวัตกรรมให้สามารถก้าวข้ามวิกฤตทางธุรกิจ และเติบโตสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา SPACE-F ได้บ่มเพาะสตาร์ตอัปกว่า 100 ราย จาก 18 ประเทศ สร้างมูลค่าระดมทุนรวมกว่า 5,100 ล้านบาท สำหรับปีที่ 7 นี้นับเป็นก้าวสำคัญของการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 204 ราย จาก 57 ประเทศทั่วโลก ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้เป็นแพลตฟอร์มระดับสากลที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารของโลกอย่างแท้จริง
“โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีอาหารให้ครบวงจร โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ทำ POC ร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ และเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับสากล สำหรับปีนี้เรามุ่งยกระดับผ่านโปรแกรม Incubator ที่เน้นวางรากฐานผลิตภัณฑ์ และ Accelerator ที่มุ่งขยายธุรกิจ ครอบคลุม 7 สาขาสำคัญ เช่น โภชนาการส่วนบุคคล, โปรตีนแห่งอนาคต, การผลิตอัจฉริยะ และความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างสตาร์ตอัปที่สามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีระดับโลก“ ดร.กริชผกา กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
ความสำเร็จดาวเทียมฝีมือคนไทย! “TSC-1” พัฒนาเองกว่า 60% ผ่านบททดสอบอวกาศสุดหิน “อ.เชน” ดูถึงที่ มั่นใจความพร้อม เตรียมพร้อมทะยานสู่ Flight Model ปีหน้า 20:35 น.- “ราชมงคลสุวรรณภูมิ” ส่งนักศึกษาบินลัดฟ้าสู่จีน ปั้นทักษะสู่ภาคอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ 15:12 น.
- ผู้ว่าฯ กทม. เยี่ยมชม “Super Station” มก. ติดตามนวัตกรรมวิเคราะห์ฝุ่น PM2.5 ขั้นสูง 13:06 น.
- “ผลงานนวัตกรรมหุ่นกายวิภาคของกล้ามเนื้อสุนัขแบบโต้ตอบได้” คว้ารางวัลระดับโลก 11:03 น.
- พรกมล ทองเผือก” นศ.ราชมงคลพระนคร คว้าเหรียญทอง ศึกคิกบ็อกซิ่งระดับนานาชาติ 09:02 น.


