วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569 21:34 น.

การศึกษา

กางแผน 5 ปีสู่ Thailand Education 2030!  ‘ประเสริฐ’ ชู 5 ภารกิจพลิกโฉมการศึกษา ทลายความเหลื่อมล้ำ  ดึงทุกภาคส่วนจัดทัพใหม่ ดันเด็กไทยทัดเทียมโลก

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.30 น.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงทิศทางการทำงานใหม่ ประกาศจุดยืนสวมหมวก "หัวหน้าทีม" เพื่อทลายระบบราชการที่ ซ้ำซ้อน ชูสปิริตการทำงานเป็นทีมทั้งในและนอกกระทรวง ภายใต้แนวคิด “Education for All ต้องเริ่มจาก All for Education” ดึงทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน 5 ภารกิจด่วน เพื่อรับประกันว่า เด็กไทยทุกคนต้องไม่หลุดออกจากระบบและเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจระดับโลก

ยอมรับความจริง: วิกฤตการศึกษาไม่ใช่ความผิดครู แต่คือ “ระบบที่ล้าหลัง”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เริ่มต้นด้วยการกางภาพใหญ่ของวิกฤตการศึกษาไทย ทั้งผลประเมิน PISA ที่ยังรั้งท้าย เด็กนอกระบบกว่าหนึ่งล้านคน และความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่า ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ความล้มเหลวของครูหรือข้าราชการ แต่เป็นความล้มเหลว ของระบบเชิงโครงสร้าง

"สังคมชี้หน้าว่าการศึกษาพังเพราะครู แต่ความจริงคือ ครูถูกระบบมัดมือมัดเท้า ปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่พวกท่าน แต่คือระบบที่ล้าหลัง... เราไม่ได้ขาดคนเก่ง เราขาดระบบที่ให้คนเก่งได้ทำงานเต็มศักยภาพ"

เพื่อแก้ปัญหานี้ นายประเสริฐย้ำว่า "การศึกษาต้องแยกออกจากการเมือง" โดยจะนำโมเดล ความสำเร็จจากการแก้ปัญหาวิกฤตไซเบอร์ (ศูนย์ AOC) มาใช้เพื่อทะลวงกำแพงระบบราชการ เลิกนโยบายแบบ “ตัดเสื้อโหล” และใช้อินไซต์จากคนหน้างานมาขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน เป็นทีมเดียว

เปิด 5 ภารกิจหลัก: ผนึกกำลังกู้วิกฤตทุนมนุษย์
เพื่อสร้าง DNA พลเมืองนักคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ ศธ. ได้ประกาศ 5 ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ได้แก่:

1. คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก: ลุยโปรเจกต์ "Work Smart" ยุบรวมโครงการซ้ำซ้อน นำเอกสารดิจิทัลมาใช้ลดงานธุรการ และเตรียมนำร่องระบบ "ครัวกลาง" (Cloud Kitchen) ร่วมกับท้องถิ่น เพื่อปลดแอกครูจากหน้าที่แม่ครัวและงานจัดซื้อจัดจ้าง

2. รื้อสูตรลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ: ยกเลิกการจัดสรรงบแบบเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม เปลี่ยนเป็นให้งบ "ตามความจำเป็นจริง" พร้อมผนึกกำลังดันโครงการ Thailand Zero Dropout และยกระดับทุน ODOS เพื่อรับประกันโอกาสที่เท่าเทียม

3. ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง: ดันหลักสูตรฐานสมรรถนะและนโยบาย “AI for All” เตรียมพร้อม PISA 2029 พร้อมบูรณาการตั้ง Human Capital Superboard ข้ามกระทรวง (ศธ., อว., แรงงาน, พม. และเอกชน) ผลักดันธนาคารหน่วยกิตกลาง (Credit Bank) และร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเพื่อสร้าง Global Citizen 

4. โรงเรียนต้องเป็น "พื้นที่ปลอดภัย": ถอดแบบศูนย์ AOC ตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ" 24 ชั่วโมง ทำงานเป็นทีมร่วมกับนักจิตวิทยาและนักกฎหมาย เพื่อปกป้องผู้เรียนและบุคลากรจากความรุนแรง 

5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ: เร่งผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ให้เป็น “ธรรมนูญการศึกษา” เพื่อปลดล็อกหลักสูตรและคุ้มครองผู้เรียนอย่างยั่งยืน

วางเป้าหมาย 5 ปี: พลิกโฉมการศึกษาไทยสู่สากล
เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีทิศทาง กระทรวงศึกษาธิการได้วางกรอบเป้าหมายระยะ 5 ปี (2026-2030) โดยเริ่มจากการกางพิมพ์เขียวและนำร่องโครงการนวัตกรรมในช่วง 1-2 ปีแรก (เช่น ระบบเอกสารดิจิทัล และระบบครัวกลาง) ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อผลักดัน พ.ร.บ. การศึกษา และขยายผลการใช้ AI เพื่อช่วยงานครูทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในปี 2030 ที่การศึกษาไทยจะถูกพลิกโฉมอย่างเต็มรูปแบบ เด็กไทยเรียนไปมีงานทำ ทัดเทียมมาตรฐานโลก และมีการใช้ระบบ Admin Automation ในโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อคืนเวลาสอนให้ครูอย่างแท้จริง

ก้าวต่อไป: สร้าง Blueprint ด้วยพลังของทุกคน
ในสัปดาห์หน้า ศธ. เตรียมจัด Workshop ครั้งใหญ่ที่รวมทั้งคนในกระทรวง คนหน้างาน และคนที่ทำงานด้านการศึกษา เพื่อร่วมกันออกแบบ Blueprint ของกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด จะมีการเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงทุกวันพุธแบบเว้นสัปดาห์ (Bi-weekly)

"ผมคนเดียวแก้ปัญหาชั่วข้ามคืนไม่ได้ แต่เราทำได้หากจับมือกัน วันนี้ผมขอชวนทุกคนถอดหมวกทางการเมือง แล้วสวมหมวกของ 'ทีมการศึกษาไทย' หากเราต้องการ Education for All เราต้องเริ่มจาก All for Education... เราจะเริ่มงานนี้ตั้งแต่วันนี้ และเราจะก้าวหน้าไปด้วยกัน" นายประเสริฐ กล่าว

หน้าแรก » การศึกษา