วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569 03:59 น.

การศึกษา

วว. ต่อยอดงานวิจัย มุ่งพัฒนานวัตกรรมโภชนาการ 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง

วันเสาร์ ที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.59 น.

วว. ต่อยอดงานวิจัย มุ่งพัฒนานวัตกรรมโภชนาการ 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง

 

 

กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลัง บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful Co., Ltd.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเสริมอาหารเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน 4 ฉบับ  มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคสะเก็ดเงิน  โรคมะเร็ง  โรคไต และโรคสมองเสื่อม เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพเชิงลึก ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างเป็นรูปธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานวิจัยและทรัพยากรสมุนไพรของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุม  กวท. ชั้น 8 อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงทั้งด้านงานวิจัย สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพ โดยความท้าทายสำคัญคือการขับเคลื่อนงานวิจัยเหล่านั้นไปสู่การใช้งานจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในวงกว้าง ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในครั้งนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญในการเชื่อมโยงภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ โดยมุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเพาะปลูก และกระบวนการสกัดขั้นสูง มาพัฒนาให้ได้สารสำคัญที่มีความเข้มข้น ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังช่วยยกระดับสมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานความปลอดภัยและมีผลงานวิจัยรองรับในระดับสากล เพื่อปลดล็อกคุณค่าของงานวิจัยไทยให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม และตอบโจทย์เป้าหมายสำคัญของประเทศในการลดการพึ่งพายาและสารสกัดจากต่างประเทศ โดย วว. พร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมชีวภาพ มาผนึกกำลังเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพของไทย

“...ความร่วมมือครั้งนี้คือต้นแบบการเปลี่ยนงานวิจัยสมุนไพรไทยบนหิ้งสู่การใช้จริง วว. พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมชีวภาพมาผนึกกำลังกับภาคเอกชน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสุขภาพไทย และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืน  ที่ผ่านมา บริษัท โฮปฟูล จำกัด ได้นำผลงานวิจัยของ วว. ในกลุ่มสารสกัดจากสมุนไพรไทย ไปต่อยอดเป็นสารออกฤทธิ์สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดแล้วหลายรายการ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับไปอีกขั้น จากการนำผลงานวิจัยไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ สู่การศึกษาวิจัยทางคลินิกอย่างเป็นระบบ เพื่อยืนยันทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบความร่วมมือที่สำคัญระหว่าง วว. กับภาคเอกชน...” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวว่า  โฮปฟูลและ วว. มุ่งเน้นการนำสมุนไพรไทยที่มีข้อมูลการศึกษและหลักฐานทางวิชาการรองรับ นำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพในผู้ป่วยแต่ละกลุ่มโรค โดยให้ความสำคัญตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงกระบวนการสกัด โดยเหตุผลที่เลือกมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมไปยัง 4 กลุ่มโรคเรื้อรังสำคัญนั้น สืบเนื่องจากกลุ่มโรคเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยอย่างรุนแรง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ การใช้ชีวิตประจำวัน และด้านโภชนาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ แต่ในท้องตลาดยังคงมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบไม่ได้มาตรฐาน หรือสูตรผสมที่ไม่เหมาะสมจนอาจเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ โฮปฟลูจึงยึดถือความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยผนึกกำลังกับ วว. พัฒนานวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่สารสกัดชนิดเดียว แต่เป็นการผสานสารสำคัญและงานวิจัยอันหลากหลาย เพื่อให้ดูแลสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงให้แก่คนไทย

“ความตั้งใจสูงสุดจากความร่วมมือในครั้งนี้ คือการมอบทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีหลักฐานทางวิชาการรองรับให้แก่ผู้ป่วยทั้ง 4 กลุ่มโรคอย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันจะเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคล ทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูร่างกาย และการบรรเทาอาการที่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยใช้ควบคู่ไปกับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ ขณะเดียวกันยังถือเป็นการยกระดับสมุนไพรไทยให้มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรสมุนไพรพื้นถิ่นของไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ซึ่งโฮปฟูลพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูลฯ กล่าวปิดท้าย

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือและบันทึกความเข้าใจดังกล่าว ครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรวม 4 ฉบับ  ได้แก่ ฉบับที่ 1  เรื่องการศึกษาทางคลินิกระยะหลังออกสู่ตลาด (Post-Market Clinical Study) ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชะลอวัยเสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงไตจากสารออกฤทธิ์จากเส้นใยเห็ดหลินจือ  ฉบับที่ 2  เรื่องงานวิจัยเห็ดกระด้างของผลิตภัณฑ์ LAB BALANCE เป็นนวัตกรรมโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การออกแบบสารอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนสูงเพื่อป้องกันภาวะผอมแห้ง (Cachexia) ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้การรักษาได้ผลลดลง โดยได้รับความร่วมมือจากทาง วว. ในการนำสารสกัดจาก "เห็ดกระด้าง" ซึ่งเป็นเห็ดพื้นถิ่นของไทยที่มีการศึกษาถึงศักยภาพยับยั้งการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งในระดับห้องปฏิบัติการ

ฉบับที่ 3  เรื่องสารอินูลิน (Inulin) จากแก่นตะวันของผลิตภัณฑ์ BETA CARE เป็นนวัตกรรมฟื้นฟูสมดุลผิวสำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคสะเก็ดเงิน โดยมี “แก่นตะวัน” สารสกัดงานวิจัยจากทาง วว. ซึ่งเป็นแหล่งของอินูลินมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพในการเป็นพรีไบโอติก (Prebiotics) ช่วยส่งเสริมสมดุลกลไกความเชื่อมโยงระหว่างระบบทางเดินอาหารและผิวหนัง (Gut-Skin Axis) พร้อมทั้ง นวัตกรรม Phytosome Curcumin สารสกัดจาก “ขมิ้นชัน” ซึ่งมีส่วนช่วยให้ดูดซึมได้ดีกว่าสารสกัดขมิ้นชันทั่วไปถึง 29 เท่า  ฉบับที่ 4  เรื่องสารพรมมิของผลิตภัณฑ์ MEMORA เป็นนวัตกรรมบำรุงระบบประสาทสำหรับผู้ป่วยสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ การผสานนวัตกรรมจาก 3 ภาคส่วน โดยนำสารสำคัญบาโคไซด์ (Bacosides) สารสกัด “พรมมิ” ที่พบมากในส่วนยอดและใบของต้นพรมมิ จากงานวิจัยของ วว. ที่มีส่วนช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชันและลดการอักเสบในระบบประสาท มาทำงานร่วมกับสารสกัด “เห็ดหัวลิง’” จากโครงการหลวงที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งอุดมไปด้วยสารบำรุงสมองและระบบประสาท

ความร่วมมือครั้งนี้คือ "ต้นแบบระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ" ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์โภชนบำบัดที่ใช้ได้จริง มีผลงานวิจัยรองรับในระดับสากล และใช้ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการจาก วว. ติดต่อได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” https://tistrservices.tistr.or.th/

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

หน้าแรก » การศึกษา