วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 15:04 น.

การศึกษา

จากหิ้งสู่ห้าง “ยศชนัน” รุกขยายศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ปลดล็อกส่งออก! ดัน “ยาดมหงส์ไทย-แหนม” เก็บไว้นอกตู้เย็นนานเป็นเดือน ชู นวัตกรรมรังสีชุบชีวิตเศรษฐกิจฐานราก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569, 13.46 น.

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569   ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานในพิธีมอบรางวัล "Product Champion" โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เน้นนโยบายนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเปลี่ยนชีวิตผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ “นวัตกรรมการฉายรังสี” ที่ช่วยแก้ปัญหาการปนเปื้อน ยืดอายุการเก็บรักษา และยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่สากล

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า งานในวันนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า วิทยาศาสตร์ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการฉายรังสี ก็สามารถวางไว้นอกตู้เย็นได้นานเป็นเดือนๆ โดยไม่เน่าเสีย ดังเช่นความสำเร็จของ “ยาดมหงส์ไทย” ที่เคยประสบปัญหาเชื้อแบคทีเรียจนส่งผลกระทบต่อยอดขาย แต่เมื่อใช้นวัตกรรมการฉายรังสีก็สามารถกลับมาได้มาตรฐานและส่งออกได้อีกครั้ง หรือการถนอมอาหารแบบไทยอย่าง แหนม ที่ช่วยขจัดเชื้อจุลินทรีย์ ยกระดับความสะอาด ปลอดภัย โดยยังคงรสชาติเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบการจำนวนน้อยที่ได้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ เนื่องจากติดปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่ต้องส่งสินค้ามาฉายรังสีที่ศูนย์ฉายรังสี จังหวัดนครนายก เพียงแห่งเดียว กระทรวง อว. โดย สทน. จึงมีแผน ขยายศูนย์ฉายรังสีออกไปตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อแก้โจทย์การขนส่งและลดภาระให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศ

เทคโนโลยีฉายแสงคือจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจที่ดีตั้งแต่ฐานรากของเกษตรกร ช่วยยกระดับมูลค่าสินค้า ให้สามารถขยายตลาดไปขายได้ทั่วโลก ซึ่งรังสีทำได้ครอบคลุมตั้งแต่การเอกซเรย์ เทคโนโลยีอาหาร การพัฒนาพันธุกรรมเมล็ดพันธุ์พืช ไปจนถึงพลังงาน SMR

พร้อมกันนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้เชิญชวนพี่น้องประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ เข้ามาใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และเครือข่ายของกระทรวง อว. ทั้ง สทน., สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ สอวช. เพื่อร่วมกันเปลี่ยนภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นสินค้าระดับมาตรฐานโลก และแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล Product Champion ทั้ง 12 ผลิตภัณฑ์จากภาคอีสาน จากการคัดเลือกสุดยอดอาหารพื้นถิ่นและอาหารฟังก์ชั่นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสาน (สกลนคร, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด) ดังนี้

จังหวัดสกลนคร รางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ “ไส้ถั่วอีสานปลาช่อนฟูผง” โดย คุณปราณิดา ตรงดี รองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ “ผงแกงหน่อไม้” โดย คุณกิ่งแก้ว พรสง่า รองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลิตภัณฑ์ “SEREAL BAR ธัญพืชอัดแท่ง” โดย คุณณัฐกานต์ ตากาวงค์

จังหวัดกาฬสินธุ์ รางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ “หม่ำเนื้อ” โดย คุณนันทลักษณ์ มหามาตย์ รองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ “ไส้กรอกปลา” โดย คุณอณุภาพ ภูชาคำ รองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลิตภัณฑ์ “ปลาส้ม” โดย คุณพูนพัฒนา อันเสน

จังหวัดร้อยเอ็ด รางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ “เป็ดแดดเดียวหมักไวน์” โดย คุณธนาธิป เจาะจง รองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ “น้ำพริกปูนานาปลาอย่าง” โดย คุณทัพพ์ โสณะชาติ รองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลิตภัณฑ์ “เนื้อแดดเดียวสามเกลอ” โดย คุณวรชิตา มาศเกษม
กลุ่มอาหารฟังก์ชั่น (Functional Food): รางวัลชนะเลิศ ผลิตภัณฑ์ “ผงผักเคล” โดย คุณทัยรัตน์ งอยปัดพันธุ์ รองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลิตภัณฑ์ “ผงกล้วยชงดื่ม” โดย คุณสมบัติ เพชรยิ้มรองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลิตภัณฑ์ “ข้าวสาลีเหล็กป็อป นาโก” โดย คุณวิจิตรา แสงทอง

การมอบรางวัลในครั้งนี้สะท้อนว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นสามารถเติบโตไปพร้อมกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
 

หน้าแรก » การศึกษา