วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 17:09 น.

การศึกษา

"ยศชนัน" ไฟเขียวรวด 5 เมกะโปรเจกต์ล้ำอนาคต จากหมูดัดแปลงยีนปลูกถ่ายอวัยวะถึง Medical AI ดันไทยลุยเศรษฐกิจสุขภาพ 3.5 ล้านล้าน

วันพุธ ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 15.49 น.

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569   ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย (Wellness Economy) ครั้งที่ 1/2569 นัดแรก ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.

ในการประชุมครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประกาศเป้าหมายเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศสู่ "Scientific Wellness Economy" อย่างเต็มรูปแบบ

โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพให้แตะ 3.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2575 (เติบโต 1.7 เท่าจากปี 2568) พร้อมปักหมุดผลักดันไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสุขภาพและอายุยืนแห่งเอเชีย (Longevity Hub of Asia)

"บอร์ดนี้จะพูดเรื่อง Scientific Wellness เป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้ Wellness Economy ไทยมีอุตสาหกรรมเวลเนสอยู่แล้ว เมื่อนำกลุ่มที่ทำ Scientific Wellness เข้ามาผสาน ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ละกระทรวงตั้งงบของตัวเองได้ และโปรเจกต์ที่เคยอยู่ระหว่างกลางก็จะมีเจ้าภาพชัดเจน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

สำหรับแผนงานดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่

Preventive Health Hub พัฒนาแพ็กเกจตรวจสุขภาพมาตรฐาน 4 ช่วงวัย พร้อมเชื่อมโยงโรงพยาบาลรัฐและเอกชนเข้ากับระบบการเดินทางและที่พัก

Thailand Healing Destinations เปลี่ยนโรงแรมให้เป็นสถานที่ฟื้นฟูสุขภาพ และสร้างเครือข่ายเมืองฟื้นฟูสุขภาพเพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค

Thailand Innovation Hub มุ่งเน้นให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ผ่าน 2 แผนงานเรือธง คือ "Siam Medica" (ยกระดับอุตสาหกรรมยา วัคซีน เครื่องมือแพทย์) และ "Siam Terra" (พัฒนาเกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีชีวภาพ) โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าผู้ผลิตไทย 500,000 ล้านบาท และลดการนำเข้าเทคโนโลยีลง 30%

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติไฟเขียว 5 โครงการนวัตกรรมล้ำอนาคต เพื่อบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนในแผนงานระดับชาติ "Thailand² Nation of Master" ประกอบด้วย

โครงการ T-Xeno Hub พัฒนาหมูดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ เบทาโกร)

โครงการ ATMU สร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ขนาด 5,000 ตารางเมตร (มหาวิทยาลัยมหิดล)

โครงการ Data ConneX เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของโรงเรียนแพทย์ด้วยมาตรฐาน OMOP เพื่อรองรับการวิจัยทางคลินิก (Clinixir)

การผลักดัน Medical AI และการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ให้นำมาใช้งานจริงในโรงพยาบาล

โครงการปรับปรุงสายพันธุ์มันสำปะหลังไทย ให้ต้านทานโรคใบด่างด้วยเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม ช่วยย่นระยะเวลาพัฒนาสายพันธุ์เหลือเพียง 3–5 ปี (SynBio Consortium)

"ไทยมีจุดแข็งด้านบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวที่โลกยอมรับ สิ่งที่ต้องทำคือใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเชื่อมจุดแข็งทั้งหมดเป็นระบบเดียว ตั้งแต่เกษตร อุตสาหกรรม ไปจนถึงบริการ ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวย้ำ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอของสำนักงาน ป.ย.ป. ในการปลดล็อก "กฎหมายคอขวด" 3 ด้าน ได้แก่ การวิจัยในมนุษย์เพื่อรองรับมาตรฐานการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์, การปรับเกณฑ์ GMP ผลิตภัณฑ์ ATMPs เป็นแบบ Phase-appropriate เพื่อลดต้นทุนงานวิจัยลง 50-70% และการผ่อนคลายกฎหมายโฆษณาสมุนไพรที่มีความเสี่ยงต่ำ

ขณะเดียวกัน ได้ให้ความเห็นชอบร่างสมุดปกขาวระบบนิเวศ Wellness แห่งชาติ (Wellness White Paper) โดยมอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นำไปใช้จัดทำมาตรฐานและกำกับดูแลบริการสุขภาพตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Regulation) ต่อไป

หลังเสร็จสิ้นการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือน "Synergistic Board" ที่จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่ออุดช่องว่าง (Gap) การทำงานที่ข้ามกระทรวงกันให้เป็นเอกภาพ โดยหลังจากนี้ จะเร่งรวบรวมและประมวลผลตัวเลขเป้าหมายทางเศรษฐกิจให้ชัดเจน เพื่อนำเสนอในการประชุมนัดต่อไปในอีก 2–3 เดือนข้างหน้า
 

หน้าแรก » การศึกษา

ข่าวในหมวดการศึกษา