วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 22:13 น.

การศึกษา

“ศ. ดร.ยศชนัน” เดินหน้ายกระดับไทยสู่ Scientific Wellness Economy ตั้งเป้าสร้างมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท ชู 3 เสาหลัก ดัน Siam Medica และ Siam Terra เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง

วันพุธ ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 18.51 น.

 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย (Wellness Economy) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการการประชุม และมีกรรมการจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และผ่านระบบออนไลน์

ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบกรอบการส่งเสริมและพัฒนา Wellness Economy ซึ่งมุ่งยกระดับไทยสู่ “Scientific Wellness Economy” ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ได้ 3.5 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2575 และตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็น Longevity Hub of Asia และเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ผ่าน 3 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่ Preventive Health Hub, Thailand Healing Destinations และ Thailand Innovation Hub และมี 2 แผนงาน คือ Siam Medica ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสมูลค่าสูง และ Siam Terra ที่จะช่วยพลิกฐานเกษตรสู่อาหารแห่งอนาคตและชีวภาพมูลค่าสูง เป็นฐานทุนมนุษย์และเทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมระบบนิเวศ 5 ด้าน ได้แก่ 1.กลไกการเงินที่ช่วยรับความเสี่ยง (Risk financing) 2.การปรับปรุงกฎระเบียบ 3.พื้นที่ทดลองนวัตกรรม (Innovation Sandbox) 4.บัญชีนวัตกรรม และ 5.เขตพื้นที่นวัตกรรม

สำหรับยุทธศาสตร์ Preventive Health Hub เน้นแนวทางพัฒนาแพ็กเกจตรวจสุขภาพมาตรฐาน 4 แผนตามช่วงอายุ เชื่อมโรงพยาบาลรัฐ–เอกชนกับการเดินทางและที่พัก กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และเสาที่ 2 Thailand Healing Destinations เน้นการพัฒนาโรงแรมเป็นสถานที่ฟื้นฟูสุขภาพ เชื่อมโรงแรมกับโรงพยาบาล และสร้างเครือข่ายเมืองฟื้นฟูสุขภาพทั่วประเทศ เป็นการเติบโตระยะสั้นที่นำโดยการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำรายละเอียดแนวทางขับเคลื่อน พร้อมเห็นชอบร่างสมุดปกขาวระบบนิเวศ Wellness แห่งชาติ (Wellness White Paper) ที่จัดทำโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า ในยุทธศาสตร์ Thailand Innovation Hub จะมุ่งเน้นการเติบโตระยะยาวด้วยนวัตกรรม ให้คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ขับเคลื่อนผ่าน Siam Medica และ Siam Terra ภายใต้แผนงานสำคัญระดับชาติ “Thailand² : Nation of Master” ตั้งแต่เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพแม่นยำ อาหารแห่งอนาคต และการผลิตชีวภาพ (Siam Terra) ไปจนถึงอุตสาหกรรมยา วัคซีน เครื่องมือแพทย์ ATMPs และบริการสุขภาพมูลค่าสูง (Siam Medica) โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแผนงาน/โครงการริเริ่ม (Initiatives) ซึ่งจะขับเคลื่อนโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวง และโครงการจำนวนหนึ่งจะนำเข้าสู่ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนใน Thailand² : Nation of Master ได้แก่

1. Siam Medica อาทิ โครงการ Data ConneX ของ Clinixir เชื่อมข้อมูลสุขภาพจากโรงเรียนแพทย์ด้วยมาตรฐานสากล รองรับการวิจัยทางคลินิก โรงงานผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMU) ของมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการ T-Xeno Hub สุกรดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ โดยมหาวิทยาลัยมหิดลและเบทาโกร และการสร้างโอกาสและต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรม Frontier ด้าน Wellness ในสาขา Medical AI และ Precision Medicine

2. Siam Terra ได้แก่ การปรับปรุงมันสำปะหลังไทยให้ต้านทานโรคใบด่างด้วยเทคนิคปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ โดยภาคีเครือข่ายชีววิทยาสังเคราะห์ (SynBio Consortium)
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบด้านการวิจัยในมนุษย์ ATMPs และสมุนไพร โดยสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดล็อกคอขวดจากงานวิจัยสู่ตลาด

“ไทยมีจุดแข็งด้านบริการสุขภาพและการท่องเที่ยวที่โลกยอมรับ สิ่งที่ต้องทำคือใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเชื่อมจุดแข็งทั้งหมดเป็นระบบเดียว ตั้งแต่เกษตร อุตสาหกรรม ไปจนถึงบริการ ให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.สุรชัย กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพไทยมีมูลค่า 2.11 ล้านล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.7 ต่อปี โดยกลุ่ม Wellness Hub จะเพิ่มสัดส่วนจากร้อยละ 23 เป็นร้อยละ 35 ของมูลค่ารวม สะท้อนโอกาสต่อยอดภาคเกษตรและอุตสาหกรรมให้รองรับตลาดบริการสุขภาพที่ขยายตัว พร้อมเพิ่มความสามารถการผลิตในประเทศและลดการพึ่งพาการนำเข้า
“การดำเนินงานต้องเร่งพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานวิจัย ควบคู่กับการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้นำโลก และใช้การจัดซื้อจัดจ้างเปิดตลาดนวัตกรรมไทย โดยมีโครงการเสริม อาทิ ศูนย์กลางวัคซีนสัตว์อาเซียน TH Sensory Experience Lab และ Medical Device Sandbox สำหรับทดสอบและพัฒนาเครื่องมือแพทย์ตามระดับความเสี่ยง พร้อมนำร่องในจังหวัดที่มีศักยภาพก่อนขยายผล เพื่อให้ประโยชน์ไปถึงผู้ประกอบการ บุคลากร และเศรษฐกิจฐานราก 
 

หน้าแรก » การศึกษา

ข่าวในหมวดการศึกษา