วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 14:38 น.

บันเทิง

ความกล้าที่รอการพิสูจน์ "โจ ปิยะวัฒน์" กับกระแสซีรีส์สุดปังที่มาแรงในขณะนี้

วันจันทร์ ที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นบริษัทน้องใหม่ที่กระแสมาแร๊งส์เกินต้านจริงๆ สำหรับ สแล็ป มอนสเตอร์ บริษัทบันเทิงน้องใหม่ โดยผู้จัดฯ ไฟแรง คุณโจ-ปิยะวัฒน์ ปฐมวาณิชย์ ที่รั้งตำแหน่ง คนเขียนบท และกำกับการแสดง ในซีรีส์แอ็คชั่นคอเมดี้เรื่องล่าสุด Mafia The Series: Guns & Freaks (มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน) ที่แค่ออกสตาร์ทความแรงก็พุ่งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ตั้งแต่ยังไม่ได้ออกฉาย กระแสความอยากดู ความอยากเห็นซีรีส์ฝีมือคนไทยที่ลงทุนไป 45 ล้านบาท กับความกล้าของผู้จัดฯ และทีมงานที่จะรังสรรค์ผลงานดีๆ ออกสู่สายตาคนไทย

Mafia The Series: Guns & Freaks (มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน) เปิดตัวแค่ EP1 ความแรงก็กระหน่ำในโลกโซเชียล จนติด Top5 เทรนทวิตเตอร์ สร้างความปลาบปลื้มใจให้ คุณโจ-ปิยะวัฒน์ และทีมงานผู้สร้างเป็นอย่างมาก โดยเรามีโอกาสพูดคุยกับ คุณโจ ถึงการทำงานและแนวคิดในการทำงานเรื่องนี้ด้วย

ทราบมาว่ากระแสของซีรีส์มีการตอบรับที่ดีมาก? "ใช่ครับ ใน EP แรกเราได้ดูจากช่อง GMM25 พร้อมกับทุกคน แล้วติดตามเทรนด์ทวิตเตอร์มาตลอด แล้วแค่ EP แรกก็ติดเทรนด์ TOP5 ของประเทศไทย  ซึ่งมันไม่ใช่ซีรีส์ทุกเรื่องที่จะขึ้นมาเทรนด์อันดับนี้ได้ เราแฮปปี้มาก เหมือนเราอิ่มเอม เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุ่มเทตลอด 2-3 ปี มันออกดอกออกผล เราแฮปปี้ ก็อยากขอบคุณทางแฟนๆ ทุกคน ไม่ว่าจะแฟนคลับของน้องจุง อาเชน หรือ น้องเจมส์ ศุภมงคล และแฟนคลับของนักแสดงทุกคนที่ช่วยกันซับพอร์ตผลงานนี้ ซึ่งมันเป็นการทดลองเล่าเรื่องรูปแบบใหม่ ที่ไม่เคยมีในประเทศไทย ผมรู้สึกว่ามันค่อนข้างเสี่ยงว่าคนดูส่วนมากจะชอบหรือเปล่า ผลปรากฏว่าคนดูทุกคน ไม่มีใครคอมเพลนเลย ทุกคนชอบมาก ทุกคนอยากดูต่อ ทุกคนชอบในความเพี้ยน ในการปรับอารมณ์ในตัวของซีรีส์เรา"

แต่ก็ต้องลุ้นใน EP ต่อๆ ไป? "แน่นอนครับ ในฐานะคนสร้าง เราก็ลุ้นตลอดคือใน EP แรกๆ  มันสำเร็จแล้ว เราไม่รู้ว่าใน EP ต่อๆ ไป จะมีคนคอยตามดูมั้ย แล้วจะชอบหรือเปล่า ซึ่งเราก็ยังลุ้นอยู่ ใน EP แรก เราค่อนข้างจะเซฟที่สุด และยิ่งหลังๆ มันจะเพี้ยนไต่ระดับขึ้นไปทุก EP เลย ก็แอบกังวลเหมือนกัน แต่คิดว่าคนดูน่าจะชอบครับ"

ผลตอบรับในการดูย้อนหลังเป็นอย่างไรบ้าง? "กระแสดีมากๆ คือเนื่องจาก WeTV จะมีฟีเจอร์ที่สามารถอ่านคอมเม้นท์ไปพร้อมๆ กันได้ ระหว่างเราดูซีรีส์ เราเลยรู้ว่า คนดูอินมาก อย่างตอนที่ตัวละคร โอ มาตะโกนมาด่า น้องบีม (จุง อาเชน) คนดูก็แอบ...เม้นท์แรง แบบด่าเลย ก็เลยแบบแฮปปี้มากครับ ผมก็อยากฝากให้คนดูได้ติดตามชมไปจนจบ ซึ่งคนดูจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครแต่ละตัว เพราะเราใส่ใจในตรงนี้มากๆ ครับ"

ขอย้อนถามเรื่องความเป็นมาของ สแล็ป มอนสเตอร์ ? "ผมเคยดูหนังเรื่อง Bitch Slap ชื่อไทย สวยแสบแน่เดี๋ยวแม่ตบ ตั้งแต่สมัยผมอยู่ ม.6 คือเมื่อ12-13 ปีก่อน ที่ผ่านมาชีวิตผมก็ดูหนังมาเรื่อยๆ แต่พอดูเรื่องนี้มันมีความรู้สึกว่า หนังเขาก็ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ ทำให้เรารู้สึกว่ามัน out of the box ไม่ใช่สูตรเดิมๆ ซึ่งมันทำให้ผมเริ่มสนใจในศิลปะการทำภาพยนตร์ ก็เลยตัดสินใจที่จะมาทำในวงการนี้ ส่วนชื่อ Slap Monster คือผมเอาชื่อของหนังเรื่องโปรด Bitch Slap เอาคำว่า Slap มาใส่ แล้วใส่อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ Slap อย่างเดียว ก็เลยเป็น Slap Monster (สแล็ป มอนสเตอร์)  โดยเรายึดคอนเซ็ปท์ของบริษัทฯ คือ ผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ครับ"

แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้ชอบดูภาพยนตร์? "ตอนที่คุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ ก็เคยคุยกับเขาไว้ว่า เมื่อไหร่ที่เราโตขึ้น เราทำงานได้แล้ว เราอยากจะสร้างภาพยนตร์ให้เขาดูสักเรื่องหนึ่ง เพราะว่าตอนที่ผมกลับจากโรงเรียน คุณพ่อจับดูหนังตลอด ทุกวันหลังเลิกเรียน จนเหมือนเราเสพติดการชมภาพยนตร์ ก็เลยรู้สึกว่าทำไมไม่ให้เราทำ แล้วมานั่งดูด้วยกันพ่อลูกล่ะ แต่คุณพ่อก็บ๊ายบายไปก่อน คุณลูกอยากสร้างให้คุณพ่อครับ แล้วคุณพ่อผมท่านชอบหนังแนวแอ็คชั่น ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจในการทำซีรีส์เรื่องนี้ "

ที่มาของการเขียนบท มาเฟียเดอะซีรีส์? "เนื่องด้วยคุณพ่อผมเสียไปแล้ว คือเนื้อหาในเรื่อง มาเฟียเดอะซีรีส์ คุณพ่อ (มาสเตอร์ราเชน) เขาจะเป็นคนที่ดูแลลูกมาตลอด และใน EP แรก คุณพ่อของบีม (จุง อาเชน) พระเอกของเรื่องก็เสียชีวิต คือมันได้อ้างอิงชีวิตส่วนตัวของผมด้วย ส่วนเรื่องแอ็คชั่นคอเมดี้นี่เป็นความชอบส่วนตัวครับ คือด้วยคาแรคเตอร์ของผมเป็นคนแทบจะคอเมดี้ 24 ชั่วโมงเลย คือไม่เคยเครียดเลย ผมก็เลยไม่อยากทำอะไรเครียดๆ ให้ผมไปเขียนบทดราม่าก็คงจะไม่ใช่ทางของเรา ก็เอาทางของเราใส่ไปให้สุดเลยดีกว่า คาเรคเตอร์มันจะได้ชัด"

มีแรงบันดาลใจในการเขียนบทอย่างไร? "เมื่อ 3 ปีก่อน ตั้งแต่โปรเจกต์ยังไม่เกิดเลยนะครับ ผมเข้าโรงพยาบาล หูสูญเสียการได้ยินไปข้างหนึ่ง ก็รู้สึกว่าเราต้องตายแน่ๆ ทำยังไงดี แต่ก็ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง เลยขอให้พี่ชายซื้อคอมพิวเตอร์ให้เครื่องหนึ่ง เป็นโน้ตบุคครับแล้วก็มาตั้งที่เตียงในโรงพยาบาลเลย มาเฟียเดอะซีรีส์ ก็เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเลยครับ มีหลากหลายเส้นเรื่อง เพราะว่าเราอยากใส่เนื้อเรื่องให้มันเต็ม ด้วยความที่เราก็มีกลุ่มเพื่อนเยอะ เวลาคุยกันก็จะไม่ใช่เรื่องที่มีสาระ เราก็จะก๊อปคาแรคเตอร์จากคนนั้นคนนี้มายำรวมกัน ให้มันเป็นส่วนผสมที่กลมกลืนครับ"

แต่ก็มีตัวละครบางตัวที่มีความวายผสมไปด้วย? "ต้องบอกว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้างซัพพอร์ท LGBT อย่างมาก มาเฟียเดอะซีรีส์ ผมก็เลยใส่ LGBT เข้าไปด้วย เขาเป็นส่วนหนึ่งของโลกเราแล้ว ผมอยากให้คนทั้งโลก คนทั้งประเทศเรา ได้มองเขาว่าเขาก็คือพวกเรา แล้วถามว่าใส่ความวายตรงนี้เข้าไปมากไหม มันก็คือตัวละครเมนหลักของเราเหมือนกันนะครับ ถ้าได้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ เรื่องของความรักมันจะมีอยู่บางมากๆ ไม่ว่าจะเป็นคู่ไหนก็ตาม เราจะเน้นเป็นเหมือนมิตรภาพมากกว่า ความโรแมนติกก็จะมีอยู่บางๆ ให้ได้จิ้นกัน"

มาพูดถึงโปรดักชั่นที่ค่อนข้างทุ่มทุนมาก? "ตอนนั้นคิดว่าตัวเองจะตายแล้วไงครับ เพราะว่าอยู่ในโรงพยาบาล ปรากฏว่ายังมีชีวิตรอด อ้าว...เราทำโปรดักชั่นไปใหญ่แบบนี้ได้ยังไง ก็พยายามจะเขียนให้มันใช้งบไม่เยอะแล้วนะครับ แต่ว่าเราก็ทำให้เต็มที่ที่สุด ก็ใช้งบทั้งหมดประมาณ 45 ล้านบาท เราก็ใส่ให้เต็มที่ ตั้งแต่การ Workshop การเรียนคิวบู๊ของนักแสดง ส่วนทีมแอ็คชั่นเราก็ใช้ ทีมพันนาสตั๊นท์ ซึ่งทางพี่โน้ต ผู้กำกับฯ เป็นคนเลือกมา ด้วยความที่เขามีประสบการณ์ด้านมาร์เชียลอาร์ตบวกกับการที่เราได้ดูประวัติของเขา เป็นค่ายที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ระดับสูง และเราก็ได้เข้าไปคุยกับทีมของพันนาตั้นท์ ก็เลยมีการดีไซน์เรื่องคิวบู๊ด้วย ผมมองว่าตัวละครตัวนี้จะเก่งกว่าตัวนี้นะ ขอท่าซิกเนเจอร์ของเขา ให้เขาเข้าใจว่ามันเหนือกว่ากี่ระดับ เพราะว่าเวลาสู้กัน ถ้าสูสีกันความสามารถมันก็คือพอๆ กัน แต่เราต้องการให้มีช็อตที่ว่าคนนี้เก่งกว่านะ 

"ส่วนอุปกรณ์เข้าฉากต่างๆ ผมก็ใช้ทีมที่เคยทำให้กับภาพยนตร์เรื่อง ลอดออฟเดอะริง  หลายๆ อย่างแทบจะเป็นของทีมนี้หมดเลยครับ ผมรู้สึกว่าแม้มันจะเห็นไม่กี่วินาที แต่ว่ามันก็เป็นดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่เราควรจะให้ความสนใจครับ  อุปกรณ์ปืน เราก็ผลิตมาเพื่อให้ตัวละครตัวนั้นๆ เลย เพราะเราอยากให้คาแรคเตอร์มันชัด จะให้ จีน่า (แอนนา) มาใช้ปืนเหมือนชาวบ้านเขาก็ไม่ได้ครับ ตัวละครมันต้องชัดมากๆ ส่วนพื้นที่เราใช้ในการถ่ายทำฉากแอ็คขั่น เราก็ปูพื้นใหม่หมด เพื่อที่เวลาที่เขาสไลด์แล้วจะได้ปลอดภัย เราต้องการโพรเทคนักแสดง และทีมสตั้นท์ด้วย เราก็เลยต้องยอมทุ่มปูพื้นใหม่ เฉพาะคิวที่มีท่วงท่าที่ต้องสัมผัสกับพื้น เราจะปูพื้นใหม่หมดเลยครับ

ทราบมาว่ามีปืนที่ใช้ในการถ่ายทำ ราคาผลิตสูงมาก? "เป็นปืนของพี่เบิร์ดครับ (ผู้พันเบิร์ด) หัวหน้าแก๊งมาเฟียเนเมซิส ด้วยความที่เขาเป็นหัวหน้าแก๊งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เขาก็ต้องมีปืนประจำตัว จะใช้ปืนเหมือนกับคนอื่นก็ไม่ได้ วิธีการทำดีเทลคือเรามีการแกะสลักตัวปืนที่ค่อนข้างแพง และค่าแกะสลักก็แพงไปอีก ทำให้ปืนมันมีดีเทลที่ค่อนข้างจะมีอะไรดูมีคาแรคเตอร์ ผมแฮปปี้มากครับ โดยเฉพาะแอนนา (จีน่า วิรายา) นี่คือเป็นตัวละครที่รักมากที่สุดเลย เขาค่อนข้างเป็นสีสันของเรื่องนี้นะครับ"

เรื่องการเวิร์คช้อปนักแสดงใช้เวลามากน้อยแค่ไหน? "ต้องบอกว่าบทของเรา แต่ละคาแรคเตอร์มันโดดมาก ถ้านักแสดงมาอ่านบทอย่างเดียว อาจจะไม่เข้าใจว่า ต้องเล่นแบบไหน อย่าง จีน่า-วิรายา กว่าจะมาเป็น แอนนา ได้ ผมก็ใช้เวลาบรีฟเขาค่อนข้างสูงเหมือนกัน คือแอนนากับจีน่าต่อให้คาแรคเตอร์คล้ายกัน แต่สุดท้ายวิธีการเล่น มันจะมีน้ำหนักของมันอยู่ที่ศูนย์ถึงร้อย ผมก็เลยต้องพยายามพูดให้เขาเข้าใจว่า ตัวละครตัวนี้จะต้องเป็นแบบนี้นะ แอนนาหรือว่าจีน่าตามบทเขาเป็นนักฆ่าที่เก่งที่สุดในโลกเลย การแอ็คชั่น ถ้าเขาไม่ได้มีการไปเรียน แน่นอนจะไม่เหมือนคนเป็นอยู่แล้ว เราก็เลยส่งเธอไปเรียนกับหน่วยยิงปืนที่เจ๋งที่สุดในประเทศไทย ส่วนแอ็คชั่น เราก็พานักแสดงไปซ้อมกับทีมพันนาสตั้นท์เลย บางคิวเราซ้อมกันเป็นเดือนๆ เลยครับ นอกจากจะซ้อมฟันดาบแล้ว ยังต้องซ้อมการขึ้นสลิง การยืนบนรถ คือยากมากจริงๆ ครับ"

ในส่วนของการคัดเลือกนักแสดง? "อย่างตัวพระเอกของเราคือ น้องจุง อาเชน ก็มีการคุยกับพี่โน้ตแหละ และเราคุยกันค่อนข้างนาน เพราะว่าเราอยากได้พระเอกที่อย่างน้อยต้องหน้าตาดีพอๆ กับผม ถ้าน้อยกว่านี้เลือกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะผมไม่ได้หน้าตาดี (หัวเราะ) พี่โน้ตเป็นคนเสนอน้องจุงมาครับ ตอนแรกเราก็มองไว้ประมาณสิบกว่าคน แต่พอเห็นน้องจุง ผมรู้สึกว่ามันใช่  เขาคือ บีม คือผมรู้สึกว่าน้องคนนี้เขามีของ คนส่วนมากอาจจะเข้าใจว่าหน้าตาดีก็จบแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่ เพราะว่าการที่เราดูซีรีส์เราต้องอยู่กับหน้านี้ไปอีกสิบตอน ตอนละเกือบชั่วโมง เราต้องการหน้าคนที่แบบนอกจากหน้าตาดีแล้ว เราต้องมองหน้าเขาได้ทั้งวัน โดยที่เราไม่เบื่อ เพราะฉะนั้นวันแรกที่สัมภาษณ์น้องจุง ผมนั่งมองหน้าน้อง 45 นาทีเลยโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วก็จบครับ ส่วนนักแสดงรุ่นใหญ่ๆ อย่าง ผู้พันเบิร์ด, พี่ต่าย เพ็ญพักตร์, พี่ต๊อบ สหัสชัย, พี่โชคชัย เจริญสุข, พี่ปราปต์ปฏล เราก็มีการพูดคุยกันครับว่า อยากได้คาแรคเตอร์แบบนี้นะ ก็สรุปกันลงตัวอย่างที่ออกมาครับ"

ในฐานะผู้จัดฯ ผู้กำกับฯ และคนเขียนบทเรื่องนี้ อยากจะบอกอะไรกับคนดู? "ผมอยากให้ทุกคนได้ดู Mafia The Series: Guns & Freaks (มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน) กันครับ เป็นผลงานที่พวกเราทุกคนตั้งใจทำกันจริงๆ พวกเราใส่ไปกันจนสุดแม็กแล้วครับ จนไม่เหลือแล้ว เป็นกำลังใจให้พวกเรา สแล็ป มอนสเตอร์ ด้วยนะครับ ติดตามชมได้ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 23.00 น. ทางช่อง GMM25 ขอบคุณมากครับ"

เป็นกำลังใจให้ผู้จัดฯ ใหม่ไฟแรง และความกล้าแรงเกินต้านด้วยแล้วกัน และใครที่อยากจะติดตามชม Mafia The Series: Guns & Freaks (มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน) สามารถดูย้อนหลังได้ที่ WeTV หรือที่ https://bit.ly/MafiaTheSeries แฟนๆ สามารถติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวและอัพเดทผลงานของสแล็ป มอนสเตอร์ ได้ที่ FACEBOOK: SLAP MONSTER  / IG: Slapmonster.th

หน้าแรก » บันเทิง