วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.17 น.
SCAP เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ 3 รุ่น ดอกเบี้ยคงที่ 2.75–3.40% ต่อปีเปิดให้จองซื้อ 8–10 มิ.ย.
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวน 3 รุ่น ให้แก่ ประชาชนเป็นการทั่วไป และนักลงทุนสถาบัน คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ [8 – 10 มิถุนายน] พ.ศ. 2569 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้จำนวน 10 แห่ง หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “A-(tha)” แนวโน้มมี “เสถียรภาพ” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 (“SCAP”) กล่าวว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายงานข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้ SCAP ทั้ง 3 ชุด มีรายละเอียด ดังนี้
หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [2.75 - 2.85]% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.00 – 3.20]% ต่อปี
หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ [3.25 – 3.40]% ต่อปี
หุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยคาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ [8 – 10 มิถุนายน] พ.ศ. 2569 นี้ จองซื้อจำนวนขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยวัตถุประสงค์จากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) และ/หรือ ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นภายในกลุ่มบริษัท
บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569 ที่ระดับ ‘A-(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิต “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) การคงอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงของบริษัท ซึ่งเป็นผลจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพลูกหนี้ การบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างเป็นระบบ และความสามารถในการบริหารพอร์ตสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กล่าว[WA(1.1]เพิ่มเติมอีกว่า สำหรับปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 892.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.27 จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากความมุ่งมั่นในการปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่าย การยกระดับกระบวนการคัดกรองลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และการปรับลดอัตราส่วนวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value: LTV) ต่อรายลูกค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการหนี้และการเร่งรัดติดตามหนี้ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้ลงทุนในการปรับปรุงและพัฒนาระบบงานด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินงานและการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
สำหรับปี 2569 บริษัทมีความพร้อมที่จะกลับมาขยายพอร์ตสินเชื่อให้เติบโตมากขึ้น บนพื้นฐานโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในทุกด้าน และภาวะต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง ตลอดจนการแสวงหาโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสนับสนุนการสร้างผลกำไรที่ดีและมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน