วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 18:02 น.

การเงิน หุ้น

PSGC เปิดผลงาน Q1 ทำรายได้ 2,600 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

PSGC เปิดผลงาน Q1 ทำรายได้ 2,600 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์

บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เดินหน้าเปลี่ยนผ่านองค์กรครั้งสำคัญสู่ "ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค (Regional Energy & Natural Resources Developer)" หลังเปิดผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยรายได้รวม 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสำเร็จในการขยายธุรกิจสู่ห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานในกลุ่มประเทศ CLMV ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการบรรลุเป้าหมายรายได้ต่อปีกว่า 20,000 ล้านบาทภายในปี 2578 ด้วย 2 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่านบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) ในเวียดนาม และการพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower)

นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี 2569 ของบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยรายได้รวม 2,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิ 267.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171% ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท  โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในไตรมาสนี้ มาจากการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน ควบคู่กับการรวมผลประกอบการของบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) เข้ามาในงบการเงินรวมตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป

"ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 ที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์สะท้อนให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านองค์กรของ PSGC จากผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจร สู่ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค กำลังเดินมาถูกทาง การขยายธุรกิจเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานในกลุ่มประเทศ CLMV ไม่เพียงสร้างฐานรายได้ใหม่ที่มั่นคงและต่อเนื่อง แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของบริษัทจากที่พึ่งพาโครงการก่อสร้างเป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่มีความเสถียรและเติบโตควบคู่ไปกับความต้องการพลังงานของภูมิภาค เรามั่นใจว่าโมเมนตัมที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกปีนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการบรรลุเป้าหมายรายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทในปี 2569 นี้ และขยายฐานรายได้สู่ระดับมากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีภายในปี 2578" นายเดวิดกล่าว

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ PSGC คือเดินหน้าขับเคลื่อนซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่าน Nam Tien Limited Liability Company (NT) บริษัทสัญชาติเวียดนามที่ดำเนินธุรกิจห่วงโซ่อุปทานด้านทรัพยากรพลังงาน และการขนส่งถ่านหินข้ามพรมแดนระหว่างสปป.ลาว และเวียดนาม โดย PSGC ได้เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 64% มูลค่า 23 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 750 ล้านบาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พร้อมเริ่มรวมงบการเงินตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ NT มีวางเป้าหมายในการขายถ่านหินจำนวน 4 ล้านตันในปี 2569 ภายใต้สัญญาซื้อขายกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานในเวียดนาม

กลยุทธ์ที่สอง PSGC กำลังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่จะรองรับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาค โดยบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (Electricite Du Laos: EDL) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อศึกษาการพัฒนาและยกระดับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิมให้เป็นระบบ PSH พร้อมบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ สอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของอาเซียน

ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจรซึ่งเป็นฐานธุรกิจหลักของ PSGC มาตลอดกว่า 40 ปี ยังคงเดินหน้าสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการ XPPL Expansion Phase 1 และโครงการก่อสร้างชุมชนใหม่และสาธารณูปโภคพื้นฐานในสปป.ลาว ทั้งนี้ ทิศทางในระยะถัดไป PSGC จะมุ่งคัดสรรโครงการก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มบริษัทเป็นหลัก เพื่อสร้างความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ และสร้างมูลค่าเพิ่มข้ามธุรกิจ (Cross-business Value Creation) ภายในเครือ PSGC

นอกจากการขยายธุรกิจเชิงรุกแล้ว PSGC ยังได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างทุนทางบัญชี ด้วยการรวมหุ้นและลดทุน (Reverse Stock Split) เพื่อเพิ่มความชัดเจนของมูลค่าหุ้นที่สะท้อนศักยภาพของบริษัทอย่างแท้จริง การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างทุนทางบัญชีให้เหมาะสมกับทิศทางธุรกิจใหม่ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในระยะยาว

นางสาวสมฤดี ห์ลีละเมียร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "การเติบโตของรายได้และกำไรในไตรมาสแรกปี 2569 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงินของ PSGC และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานเกี่ยวกับซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่าน NT ที่เริ่มรวมงบการเงินตั้งแต่ไตรมาสนี้เป็นต้นไป จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อรายได้และกำไรของ PSGC ในระยะยาว นอกจากนี้ การปรับปรุงโครงสร้างทุนทางบัญชีผ่านการรวมหุ้นและลดทุน จะช่วยให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทมีความชัดเจน ทั้งหมดนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า PSGC จะสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ระยะยาวมากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2578"