วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 07:16 น.

ข่าวสังคม

ไม่ช่วยลดระบาดโควิด นักวิชาการค้านห้ามขายแอลกอฮอล์

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563, 18.54 น.

นักวิชาการค้านห้ามขายแอลกอฮอล์ทั้งจังหวัด ยันไม่ช่วยลดการระบาดโควิด-19

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ นักวิชาการและผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่ากรณีที่นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร มีคำสั่งให้ร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุรา “ห้ามจำหน่ายสุรา” เป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 16 เมษายน 2563 ความจริงอาจจะไม่ช่วยลดปัญหาการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากวินัยของนักดื่มที่ชอบดื่มสังสรรค์เป็นประจำอยู่แล้ว ก็ต้องออกไปหาซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ในจังหวัดอื่นๆได้ เนื่องจากจังหวัดใกล้เคียงยังไม่มีการห้ามจำหน่าย ดังนั้นอยากให้ทางภาครัฐได้ทบทวนการจำหน่ายแอลกอฮอล์ว่า ยังสามารถจำหน่ายได้เหมือนเดิมตามเวลาที่ภาครัฐได้กำหนดไว้ คือ สามารถซื้อได้ในเวลา 11.00-14.00 น. และ เวลา 17.00-00.00 น. แต่ต้องเน้นเรื่องให้ประชาชนมีวินัยในการดื่มแอลกอฮอล์ภายในบ้าน ไม่มีการจัดกลุ่มสังสรรค์ หรือมั่วสุ่ม เพื่อเป็นการหยุดเชื้อ-ช่วยชาติ หากมีการฝ่าฝืนมีก็ควรมีการลงโทษเป็นแบบอย่าง เพื่อป้องกันการลักลอบการซื้อ รวมถึงการลักลอบการผลิตเหล้าเถื่อนในช่วงนี้ด้วย

ด้านนายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร นายกสมาคมสุราชุมชน ระบุว่า มีความกังวลในกรณีที่มีการห้ามขายสุราทั้งร้านขายส่งและร้านขายปลีกทั่วไปนั้น น่าจะทำได้ยาก เพราะอาจมีการแอบไปซื้อที่โรงผลิตเหล้า หรือถ้ามีมาตรการสั่งปิดโรงผลิตเหล้าเบียร์ หรือห้ามนำเข้าจากต่างประเทศมาขายด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มผลประโยชน์ที่พยายามจะเข้ามาหากินกับ “สุราเถื่อน” ยังไม่แน่ใจว่าการห้ามร้านค้าทั่วไป หรือยี่ปั๊วขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยลดการชุมชมหรือพบปะกันได้จริง เนื่องจาก คนที่อยากเจอกัน สังสรรค์กัน ก็มีวิธีหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตัวเองชอบมาได้อยู่ดี ขณะที่พวกคนในเมืองก็อาจจะใช้วิธีไปแอบซื้อเหล้า เบียร์ ไวน์ ในตลาดมืด หรือโรงเหล้ามาแอบปล่อยขายได้กำไรเพิ่มขึ้น หรือกลุ่มคนหาผลประโยชน์กักตุนสินค้าจากจุดตรงนี้ด้วย รวมถึงอาจมีผลกระทบในเรื่องการตั้งราคาขายแพงขึ้น ส่วนคนต่างจังหวัดในหมู่บ้าน อาจจะหันไปหาซื้อในโรงผลิตเหล้าชุมชนได้ 

ขณะที่นายธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย แสดงความเห็นด้วยกับมาตรการของภาครัฐที่ให้สถานบันเทิงมีการปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19  แต่ในกรณีการห้ามขายแอลกอฮอล์ทั้งร้านขายส่งและร้านขายปลีกทั่วไปนั้นน่าจะทำได้ยาก เพราะอาจจะมีการเดินทางหาซื้อเพื่อมาดื่มกิน กลายเป็นว่าจากที่ควรอยู่ในบ้านหรือในพื้นที่ใกล้บ้านเช่นร้านขายของชำ และดื่มกินในบ้านตามวิถีชีวิต กลับกลายเป็นต้องเคลื่อนไหวเดินทางไปหาซื้อเครื่องดื่มข้ามจังหวัดถ้ามีเหตุการณ์เลวร้ายคือติดโควิด-19 มาจากพื้นที่จังหวัดอื่นที่เดินทางออกไปซื้อมาแล้วยังมาติดคนในชุมชนอีกก็จะเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆที่ควรจะอยู่ในพื้นที่บ้านที่ไม่มีคนติดเชื้อ ยังไม่นับรวมกรณีเกิดการลักลอบซื้อที่โรงผลิตเหล้าเช่นกัน รวมไปถึงการลักลอบซื้อแอลกอฮอล์แบบหนีภาษีมาดื่มกินด้วย ซึ่งนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่จะทำให้เกิดปัญหา “สุราเถื่อน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ภาครัฐต้องเข้ามาควบคุมเพิ่มด้วย