ข่าวสังคม
The Active ไทยพีบีเอสชวนออกแบบเมืองใหม่หนุนคนไทย“อยู่ดีแก่ดีตายดี”มีศักดิ์ศรี
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
The Active ไทยพีบีเอส เปิดเวทีนโยบายสาธารณะ ชวนนักวิชาการ–แพทย์–นักออกแบบเมือง ออกแบบเมืองรองรับสังคมสูงวัย เสนอแนวคิด “ชุมชนกรุณา”, “ชรานคร” และระบบดูแลประคับประคอง เพื่อให้ “อยู่ดี แก่ดี ตายดี” มีศักดิ์ศรี วาระสุดท้ายต้องเป็นสิทธิของทุกคน
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่สนทนาสาธารณะ “Policy Forum : เมืองแบบไหน ให้เราอยู่ดี-แก่ดี-ตายดี” พุดคุยหารือเชิงนโยบายระหว่างนักวิชาการ แพทย์ นักออกแบบเมือง และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันมองอนาคตของสังคมสูงวัยไทย เพราะการออกแบบเมือง ระบบสุขภาพ และการสร้างชุมชนที่ทำให้ผู้คนยังคงเชื่อมโยงและเกื้อกูลกัน ทำให้เราอยู่ดี แก่ดี จนถึงตายดีในสังคมที่โดดเดี่ยว ต้องมาจากเมืองที่มีความพร้อม เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา ในงาน Death Fest 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 13 – 15 มี.ค. 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6
.jpg)
วรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา และผู้ก่อตั้ง Peaceful Death กล่าวว่า การ “ตายดี” ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในสังคม โดยเสนอแนวคิด “ชุมชนกรุณา” ที่ทำให้ผู้คนในละแวกเดียวกันสามารถดูแลกันได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง พร้อมเสนอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้วยการจัดทำ Living Will หรือสมุดเบาใจ เพื่อสื่อสารความต้องการในช่วงท้ายของชีวิต
“ชุมชนกรุณา ต้องทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทิ้ง และในวาระสุดท้าย เขาควรมีสิทธิเลือกได้ว่าจะจากไปอย่างไรและที่ไหน” ผู้ก่อตั้ง Peaceful Death กล่าว

อดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) กล่าวว่า “ชรานคร”คือเมืองที่ต้องออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป เด็กเกิดน้อยลง วัยทำงานกลายเป็น “เดอะแบก” เราต้องเตรียมตัว “ก่อนแก่” เมืองต้องมีพื้นที่และระบบที่เอื้อให้ผู้สูงอายุยัง Active ได้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเมืองในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องออกแบบเมืองใหม่บนหลัก Universal Design หรือ Design for All และแนวคิดเมือง 15 นาที ที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐาน พื้นที่สีเขียว และระบบขนส่งสาธารณะได้ในระยะใกล้ รวมถึงการสร้างพื้นที่ที่คนต่างวัยสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้

อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ ต้องไม่ใช่แค่มีทางลาด แต่ต้องมีระบบขนส่ง พื้นที่สาธารณะ และโครงสร้างเมืองที่ทำให้คนทุกวัยออกมาใช้ชีวิตร่วมกันได้ เมืองต้องเป็นฐานรากของการสร้างสุขภาวะ ไม่ใช่สร้างภาระ โดยขอเสนอ 3 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1.การตั้งรับ ระบบบริการสุขภาพต้องเข้าถึงง่าย 2.การปรับตัว สวัสดิการและโอกาสทางเศรษฐกิจ (Silver Economy) และ 3. การเปลี่ยนแปลง ปรับสภาพแวดล้อมให้เป็น Aging in Place หรืออยู่กับที่ได้จนแก่

ผศ.พญ.ฐิติมา ว่องวิริยะวงศ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อแนะนำในการคัดกรองสมรรถนะของผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อ "ป้องกันก่อนจะป่วย" โดยเน้น 6 ด้าน 1.การเคลื่อนไหว (กล้ามเนื้อและกระดูก) 2.การมองเห็น 3.การได้ยิน 4.การรู้คิด (ความจำและสมอง) 5.สภาวะทางจิตใจ (ความเศร้า) 6. พลังชีวิต สรุปได้ว่า การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยประคับประคอง ต้องประเมินองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน คือ 1.ด้านร่างกาย การรักษาโรคประจำตัว (เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ) 2.ด้านจิตใจ (Mental) ภาวะซึมเศร้า หรือความโดดเดี่ยว (Loneliness) 3. ด้านการทำหน้าที่ของร่างกาย เป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ดี คือความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้ หากรักษาระดับ "Function" ไว้ได้นานที่สุด ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและมีอิสระ ซึ่งเมืองที่ "อยู่ดี แก่ดี" ควรมีระบบสาธารณสุขที่เป็น One-Stop Service และให้มีบริการรับฝากดูแลผู้สูงอายุชั่วคราวช่วยลดภาระของผู้ดูแล
“การดูแลแบบประคับประคอง หรือ Palliative Care ไม่ใช่การรอวันสุดท้ายของชีวิต แต่คือการรักษาคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุดตั้งแต่วันที่สุขภาพยังดี เพื่อให้มีสิทธิเลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตช่วงท้ายอย่างไร ไม่ใช่รอจนถึงวาระสุดท้ายแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะอาจสายเกินไปที่จะทำให้การตายดีเกิดขึ้นจริง” ผศ. พญ.ฐิติมา กล่าว

ด้าน ผศ.ณัฏฐพัชร สโรบล ภาควิชานโยบายสังคม การพัฒนาสังคมและการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า คนไทย 1.8 ล้านคนเสี่ยง “ตายโดดเดี่ยว” เพราะอยู่ลำพัง แต่ข้อมูลงานวิจัยที่ได้ลงพื้นที่วิจัยที่เทศบาลเมืองบึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 7,000 หลังคาเรือน พบว่าคนที่ “อยู่ลำพัง” จริง ๆ สูงถึง 50% มากกว่าข้อมูลของภาครัฐ เนื่องจากเป็นการนับแค่เชิงกายภาพคือ อยู่ลำพังในบ้านจริง ๆ แต่ในทางสังคมศาสตร์ แบ่งความลำพังเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเปราะบางทางกายภาพ อยู่คนเดียวจริง ๆ 2.กลุ่มเปราะบางทางจิตใจ อยู่หลายคนแต่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือ เหงา 3.กลุ่มเสี่ยงเชิงสถานการณ์ เพราะลูกหลานไปทำงาน ทิ้งให้อยู่ลำพังตอนกลางวัน 4.กลุ่มแบกรับภาระ คือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงอีกคน (Hero ที่ถูกลืม)
“สังคมไทยต้องยอมรับว่าการอยู่ลำพังไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นวิถีชีวิตใหม่ของสังคมเมือง ปัญหาคือระบบยังไม่รองรับ นโยบายที่ดีต้องทำให้คนสามารถใช้ชีวิตแบบที่เขาเลือกได้อย่างปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีจนถึงบั้นปลาย รัฐจึงต้องปรับบทบาทจากการสงเคราะห์ มาเป็นการสร้างระบบสวัสดิการที่ทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งด้านรายได้ สุขภาพ และการมีส่วนร่วมในสังคม”ผศ.ณัฏฐพัชร กล่าว
.jpg)
ด้าน ณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ไทยพีบีเอส กล่าวว่า The Active ไทยพีบีเอส ร่วมขับเคลื่อนประเด็นสาธารณะและเชื่อมโยงเครือข่ายความรู้ เพื่อเปิดพื้นที่กลางให้สังคมร่วมแลกเปลี่ยนและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย ประเด็นสังคมสูงวัย เป็นโจทย์ที่มีความท้าทายของสังคมไทย เพราะไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น แต่คือการออกแบบสถาปัตยกรรมทางนโยบาย เมือง และระบบสังคม ให้ประชาชนทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปจนถึงวาระสุดท้าย การตายดีไม่ควรเป็นเรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่ควรถูกยกระดับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่รัฐ เมือง และชุมชนต้องร่วมกันออกแบบให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อให้สังคมไทยสามารถก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ และทำให้การ “อยู่ดี แก่ดี และตายดี” เป็นสิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับ Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย จัดโดย Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กรมการแพทย์, สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, กรมกิจการผู้สูงอายุ, สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ, ชีวามิตร, The Active Thai PBS และ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) งานจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 13 – 15 มี.ค. 2569 เวลา 09.00 – 19.00 น. ที่ IMPACT Exhibition Center Hall 6 ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ที่ https://readthecloud.co/activity/death-fest-2026/
ทั้งนี้ สามารถดูย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=U3KNU-4no-I
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ข่าวสังคม
ข่าวในหมวดข่าวสังคม ![]()
ไทยพีบีเอสสลัดสูท-จัด Work from Home ขานรับนโยบายประหยัดพลังงาน 17:26 น.- เคเอฟยู จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวัน เติมความสุขให้แก่ผู้สูงอายุ ณ บ้านบางแค 06:29 น.
- อวยพรวันคล้ายวันเกิดอบอุ่น 06:23 น.
- ปนป.15 สถาบันพระปกเกล้าชูโมเดลตระหนักรู้ “ประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมทางทะเล” 18:50 น.
- ศูนย์ราชการฯเปิด Co-working Space โฉมใหม่ “ฮับหลักสี่” ใกล้บ้าน 17:43 น.



